เข้าสู่ระบบ
Username ::  
Password ::  

ลืมรหัสผ่าน / สมัครสมาชิก

 ข้อมูลสมุนไพร

ประยงค์
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Aglaia odorata  Lour
ชื่อสามัญ : -
วงศ์ :  MELIACEAE
ชื่ออื่น: ขะยง ขะยม พะยงค์ ยม (ภาคเหนือ) ประยงค์ใบใหญ่ (ภาคกลาง) หอมไกล (ภาคใต้)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 
ไม้พุ่มกึ่งไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 2-3 เมตร แตกกิ่งก้านตั้งแต่โคนต้น เปลือกต้นเรียบ สีเทา ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ รูปรี ปลายใบมน โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียวเป็นมัน ก้านใบแผ่ออกเป็นปีก ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกสีเหลือง กลีบดอกมี 6 กลีบ ซ้อนกันเป็นรูปทรงกลมไม่บาน ผล รูปทรงกลมรี ผิวเรียบเป็นมัน ผลอ่อนสีเหลืองอ่อน ผลสุกสีแดง เมล็ดเดี่ยว สีน้ำตาล ส่วนที่ใช้ : ดอก ก้าน และใบ
สรรพคุณ : 
ดอก - ช่วยเร่งการคลอด แก้อาการเมาค้าง ฟอกปอด ทำให้หูตาสว่าง แก้ร้อนดับกระหาย อึดอัดแน่นหน้าอก ไอ วิงเวียนศีรษะ ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ก้านและใบ - แก้แผลบวมฟกช้ำ จากการหกล้ม หรือถูกระทบกระแทก ฝีมีหนองทั้งหลาย วิธีและปริมาณที่ใช้ : ดอก หรือก้านและใบ แห้ง 3-10 กรัม ต้มน้ำดื่ม ใช้ภายนอก เคี่ยวให้ข้น ใช้ทาแผลบวมฟกช้ำ ข้อห้ามใช้ - หญิงมีครรภ์ห้ามดื่ม สารเคมีที่พบ ใบ มี Aglaiol Aglaiondiol (24 S) - Aglaitriol (24 R) - Aglaitriol อัลคาลอยด์ Odoratine และ Odoratinol การเก็บมาใช้ ช่อดอกและใบ เก็บในฤดูร้อน ตอนออกดอก ตากแห้งแยกเก็บไว้ใช้ หมายเหตุ : เป็นไม้ที่เหมาะที่จะปลูกเป็นรั้ว ดอกมีกลิ่นหอม แต่โตชา ดอกแห้ง - ใช้อบเสื้อผ้า บุหรี่ และแต่งกลิ่นใบชา รากและใบ - ในฟิลิปปินส์ ใช้ต้มเป็นยาบำรุงร่างกาย - แก้โรคเกี่ยวกับทรวงอก แก้ไข้และอาการชัก ยาชงจากดอก - ใช้ดื่มแบบน้ำชา เป็นยาเย็น แก้ไข้ พุพอง ราก - ในไทยใช้เป็นยาทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา
ในประเทศฟิลิปปินส์จะใช้รากและใบนำมาต้มเป็นยาบำรุงร่างกาย (รากและใบ)
ช่วยทำให้เจริญอาหาร แก้ผอมแห้งแรงน้อย
ดอกมีรสเฝื่อนขมเล็กน้อย ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ ทำให้หูตาสว่าง จิตใจปลอดโปร่ง แก้อาการเมาค้าง
รากมีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้
ดอกช่วยดับร้อน แก้อาการกระหายน้ำ ยาชงจากดอกใช้ดื่มแบบน้ำชาจะเป็นยาเย็น สรรพคุณเป็นยาแก้ไข้พุพอง
ช่วยแก้อาการไอ แก้ไอหืด
รากช่วยแก้เลือด แก้กำเดา
รากมีรสเฝื่อนเย็น ใช้รับประทานเป็นยาทำให้อาเจียน
ช่วยแก้อาเจียนเป็นเลือด
ใช้เป็นยากวาดเด็ก แก้เสมหะด่าง
ช่วยลดอาการอึดอัดแน่นหน้าอก
ช่วยฟอกปอด
รากและใบใช้แก้โรคที่เกี่ยวกับทรวงอก อาการชัก และแก้ไข้ (รากและใบ)
ช่วยแก้ลมจุกเสียด
ช่วยแก้ริดสีดวงในท้อง
ช่วยรักษากามโรค
ใบใช้เป็นยาสำหรับสตรีที่มีประจำเดือนมากผิดปกติ
ช่วยเร่งการคลอด
ก้านและใบมีรสเฝื่อน ใช้เป็นยาพอกแก้แผลบวมฟกช้ำจากการหกล้มหรือถูกกระทบกระแทก และช่วยรักษาแผลฝีหนองทั้งหลาย (ใบ ก้าน)
รากใช้เป็นยาถอนพิษเบื่อ ยาเมา
ช่วยแก้อัมพาต
ดอก - ช่วยเร่งการคลอด แก้อาการเมาค้าง ฟอกปอด ทำให้หูตาสว่าง แก้ร้อนดับกระหาย อึดอัดแน่นหน้าอก ไอ วิงเวียนศีรษะ ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ก้านและใบ - แก้แผลบวมฟกช้ำ จากการหกล้ม หรือถูกระทบกระแทก ฝีมีหนองทั้งหลาย วิธีและปริมาณที่ใช้ : ดอก หรือก้านและใบ แห้ง 3-10 กรัม ต้มน้ำดื่ม ใช้ภายนอก เคี่ยวให้ข้น ใช้ทาแผลบวมฟกช้ำ ข้อห้ามใช้ - หญิงมีครรภ์ห้ามดื่ม สารเคมีที่พบ ใบ มี Aglaiol Aglaiondiol (24 S) - Aglaitriol (24 R) - Aglaitriol อัลคาลอยด์ Odoratine และ Odoratinol การเก็บมาใช้ ช่อดอกและใบ เก็บในฤดูร้อน ตอนออกดอก ตากแห้งแยกเก็บไว้ใช้ หมายเหตุ : เป็นไม้ที่เหมาะที่จะปลูกเป็นรั้ว ดอกมีกลิ่นหอม แต่โตชา ดอกแห้ง - ใช้อบเสื้อผ้า บุหรี่ และแต่งกลิ่นใบชา รากและใบ - ในฟิลิปปินส์ ใช้ต้มเป็นยาบำรุงร่างกาย - แก้โรคเกี่ยวกับทรวงอก แก้ไข้และอาการชัก ยาชงจากดอก - ใช้ดื่มแบบน้ำชา เป็นยาเย็น แก้ไข้ พุพอง ราก - ในไทยใช้เป็นยาทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา
ในประเทศฟิลิปปินส์จะใช้รากและใบนำมาต้มเป็นยาบำรุงร่างกาย (รากและใบ)
ช่วยทำให้เจริญอาหาร แก้ผอมแห้งแรงน้อย
ดอกมีรสเฝื่อนขมเล็กน้อย ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ ทำให้หูตาสว่าง จิตใจปลอดโปร่ง แก้อาการเมาค้าง
รากมีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้
ดอกช่วยดับร้อน แก้อาการกระหายน้ำ ยาชงจากดอกใช้ดื่มแบบน้ำชาจะเป็นยาเย็น สรรพคุณเป็นยาแก้ไข้พุพอง
ช่วยแก้อาการไอ แก้ไอหืด
รากช่วยแก้เลือด แก้กำเดา
รากมีรสเฝื่อนเย็น ใช้รับประทานเป็นยาทำให้อาเจียน
ช่วยแก้อาเจียนเป็นเลือด
ใช้เป็นยากวาดเด็ก แก้เสมหะด่าง
ช่วยลดอาการอึดอัดแน่นหน้าอก
ช่วยฟอกปอด
รากและใบใช้แก้โรคที่เกี่ยวกับทรวงอก อาการชัก และแก้ไข้ (รากและใบ)
ช่วยแก้ลมจุกเสียด
ช่วยแก้ริดสีดวงในท้อง
ช่วยรักษากามโรค
ใบใช้เป็นยาสำหรับสตรีที่มีประจำเดือนมากผิดปกติ
ช่วยเร่งการคลอด
ก้านและใบมีรสเฝื่อน ใช้เป็นยาพอกแก้แผลบวมฟกช้ำจากการหกล้มหรือถูกกระทบกระแทก และช่วยรักษาแผลฝีหนองทั้งหลาย (ใบ ก้าน)
รากใช้เป็นยาถอนพิษเบื่อ ยาเมา
ช่วยแก้อัมพาต
ดอก - ช่วยเร่งการคลอด แก้อาการเมาค้าง ฟอกปอด ทำให้หูตาสว่าง แก้ร้อนดับกระหาย อึดอัดแน่นหน้าอก ไอ วิงเวียนศีรษะ ทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ก้านและใบ - แก้แผลบวมฟกช้ำ จากการหกล้ม หรือถูกระทบกระแทก ฝีมีหนองทั้งหลาย วิธีและปริมาณที่ใช้ : ดอก หรือก้านและใบ แห้ง 3-10 กรัม ต้มน้ำดื่ม ใช้ภายนอก เคี่ยวให้ข้น ใช้ทาแผลบวมฟกช้ำ ข้อห้ามใช้ - หญิงมีครรภ์ห้ามดื่ม สารเคมีที่พบ ใบ มี Aglaiol Aglaiondiol (24 S) - Aglaitriol (24 R) - Aglaitriol อัลคาลอยด์ Odoratine และ Odoratinol การเก็บมาใช้ ช่อดอกและใบ เก็บในฤดูร้อน ตอนออกดอก ตากแห้งแยกเก็บไว้ใช้ หมายเหตุ : เป็นไม้ที่เหมาะที่จะปลูกเป็นรั้ว ดอกมีกลิ่นหอม แต่โตชา ดอกแห้ง - ใช้อบเสื้อผ้า บุหรี่ และแต่งกลิ่นใบชา รากและใบ - ในฟิลิปปินส์ ใช้ต้มเป็นยาบำรุงร่างกาย - แก้โรคเกี่ยวกับทรวงอก แก้ไข้และอาการชัก ยาชงจากดอก - ใช้ดื่มแบบน้ำชา เป็นยาเย็น แก้ไข้ พุพอง ราก - ในไทยใช้เป็นยาทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา
ในประเทศฟิลิปปินส์จะใช้รากและใบนำมาต้มเป็นยาบำรุงร่างกาย (รากและใบ)
ช่วยทำให้เจริญอาหาร แก้ผอมแห้งแรงน้อย
ดอกมีรสเฝื่อนขมเล็กน้อย ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ ทำให้หูตาสว่าง จิตใจปลอดโปร่ง แก้อาการเมาค้าง
รากมีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้
ดอกช่วยดับร้อน แก้อาการกระหายน้ำ ยาชงจากดอกใช้ดื่มแบบน้ำชาจะเป็นยาเย็น สรรพคุณเป็นยาแก้ไข้พุพอง
ช่วยแก้อาการไอ แก้ไอหืด
รากช่วยแก้เลือด แก้กำเดา
รากมีรสเฝื่อนเย็น ใช้รับประทานเป็นยาทำให้อาเจียน
ช่วยแก้อาเจียนเป็นเลือด
ใช้เป็นยากวาดเด็ก แก้เสมหะด่าง
ช่วยลดอาการอึดอัดแน่นหน้าอก
ช่วยฟอกปอด
รากและใบใช้แก้โรคที่เกี่ยวกับทรวงอก อาการชัก และแก้ไข้ (รากและใบ)
ช่วยแก้ลมจุกเสียด
ช่วยแก้ริดสีดวงในท้อง
ช่วยรักษากามโรค
ใบใช้เป็นยาสำหรับสตรีที่มีประจำเดือนมากผิดปกติ
ช่วยเร่งการคลอด
ก้านและใบมีรสเฝื่อน ใช้เป็นยาพอกแก้แผลบวมฟกช้ำจากการหกล้มหรือถูกกระทบกระแทก และช่วยรักษาแผลฝีหนองทั้งหลาย (ใบ ก้าน)
รากใช้เป็นยาถอนพิษเบื่อ ยาเมา
ช่วยแก้อัมพาต
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/