เข้าสู่ระบบ
Username ::  
Password ::  

ลืมรหัสผ่าน / สมัครสมาชิก

 ข้อมูลสมุนไพร

มะเดื่อไทย
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Ficus racemosa  L.
ชื่อสามัญ : -
วงศ์ :  MORACEAE
ชื่ออื่น: เดื่อเกลี้ยง (ภาคเหนือ มะเดื่อเกลี้ยง มะเดื่อ มะเดื่อชุมพร กูแซ เดื่อน้ำ (ภาคใต้) มะเดื่อน้ำ เดื่อเลี้ยง มะเดื่อหอม หมากเดื่อ (ภาคอีสาน) มะเดื่อดง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 
ไม้ต้นขนาดกลางสูงประมาณ 10–20 เมตร ลำต้นเกลี้ยงสีน้ำตาลหรือน้ำตาลปนเทา กิ่งอ่อนสีเขียว หรือสีเขียวในน้ำตาล กิ่งแก่มีสีน้ำตาลเกลี้ยง หรือมีขนปกคลุม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกแบบสลับ ใบบาง รูปไข่หรือรูปหอก ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ฐานใบมนหรือกลม ผิวใบเกลี้ยง หรือมีขน ไม่หลุดร่วงง่าย ดอก ออกเป็นช่อ ช่อดอก มีก้านเกิดเป็นกลุ่มบนกิ่งสั้นๆ ที่แตกออกจากลำต้น และกิ่งขนาดใหญ่ ผล รูปกลมแป้นหรือรูปไข่ มีขน ออกเป็นกระจุกตามกิ่งและลำต้น เมื่อฉีกออกจะพบเกสรเล็กๆ อยู่ภายในผล ผลสุกมีสีแดง ส่วนที่ใช้ : ผลอ่อน เปลือกต้น ราก
สรรพคุณ : 
ผลอ่อน - รับประทานเป็นอาหาร เปลือกต้น - มีรสฝาด - รับประทานแก้ท้องร่วง - ชะล้างบาดแผล เป็นยาสมานดี ราก - เป็นยาแก้ไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ ไข้พิษทุกชนิด - กล่อมเสมหะ และโลหิต
ใช้เป็นยาแก้ไข้ ถอนพิษไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ หรือไข้พิษทุกชนิด
ช่วยกล่อมเสมหะและโลหิต
ช่วยแก้อาเจียน
ช่วยแก้อาการร้อนใน (ในคาบสมุทรมลายู)
ช่วยแก้ธาตุพิการ
ผลดิบช่วยแก้โรคเบาหวาน (ผลดิบ)
เปลือกต้นใช้รับประทานแก้อาการเสีย ท้องร่วง (ที่ไม่ใช่บิดหรืออหิวาตกโรค)
ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก
ผลสุกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย (ผลสุก)
ช่วยห้ามเลือดและชะล้างบาดแผล
ใช้เป็นยาสมานแผล
ช่วยแก้ประดงเม็ดผื่นคัน
ในคาบสมุทรมลายูจะใช้รากต้มกับน้ำ ปรุงเป็นยาบำรุงหลังการคลอดบุตร
ไม้มะเดื่อจัดเป็นไม้มงคลที่สามารถปลูกไว้ในบ้านและยังเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะในสมัยอดีตจะใช้ไม้มะเดื่อทำพระที่นั่งในพระราชพิธีราชาภิเษก ใช้ทำเป็นกระบวยตักน้ำเจิมถวาย และใช้ทำหม้อน้ำสำหรับกษัตริย์ทรงใช้ในพระราชพิธี
ผลสุกสามารถใช้เป็นอาหารสัตว์ได้หลายชนิด เช่น กระรอก นก หนู ฯลฯ แถมยังเป็นการขยายพันธุ์มะเดื่อชุมพรไปด้วยในตัว เพราะเมล็ดของมะเดื่อจะงอกดีมากขึ้นเพราะมีน้ำย่อยในกระเพาะของสัตว์
ยางเหนียวใช้ลงพื้นสำหรับปิดทอง
เนื้อไม้ของต้นมะเดื่อสามารถใช้ทำเป็นแอกไถ หีบใส่ของ ไม้จิ้มฟันได้
ใบอ่อนใช้นึ่งกินเป็นผักจิ้มน้ำพริก
ยอดอ่อนใช้ลวกกินกับน้ำพริก
ผลอ่อนใช้รับประทานเป็นอาหารได้
หัวใต้ดินสามารถนำไปนึ่งรับประทานได้
ช่อดอกหรือที่คนไทยเรียกว่าผลหรือลูกมะเดื่อ สามารถนำมารับประทานเป็นผักได้โดยใช้จิ้มกับผัก หรือใช้ทำแกงอย่างแกงส้มก็ได้เช่นกัน
ผลอ่อน - รับประทานเป็นอาหาร เปลือกต้น - มีรสฝาด - รับประทานแก้ท้องร่วง - ชะล้างบาดแผล เป็นยาสมานดี ราก - เป็นยาแก้ไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ ไข้พิษทุกชนิด - กล่อมเสมหะ และโลหิต
ใช้เป็นยาแก้ไข้ ถอนพิษไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ หรือไข้พิษทุกชนิด
ช่วยกล่อมเสมหะและโลหิต
ช่วยแก้อาเจียน
ช่วยแก้อาการร้อนใน (ในคาบสมุทรมลายู)
ช่วยแก้ธาตุพิการ
ผลดิบช่วยแก้โรคเบาหวาน (ผลดิบ)
เปลือกต้นใช้รับประทานแก้อาการเสีย ท้องร่วง (ที่ไม่ใช่บิดหรืออหิวาตกโรค)
ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก
ผลสุกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย (ผลสุก)
ช่วยห้ามเลือดและชะล้างบาดแผล
ใช้เป็นยาสมานแผล
ช่วยแก้ประดงเม็ดผื่นคัน
ในคาบสมุทรมลายูจะใช้รากต้มกับน้ำ ปรุงเป็นยาบำรุงหลังการคลอดบุตร
ไม้มะเดื่อจัดเป็นไม้มงคลที่สามารถปลูกไว้ในบ้านและยังเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะในสมัยอดีตจะใช้ไม้มะเดื่อทำพระที่นั่งในพระราชพิธีราชาภิเษก ใช้ทำเป็นกระบวยตักน้ำเจิมถวาย และใช้ทำหม้อน้ำสำหรับกษัตริย์ทรงใช้ในพระราชพิธี
ผลสุกสามารถใช้เป็นอาหารสัตว์ได้หลายชนิด เช่น กระรอก นก หนู ฯลฯ แถมยังเป็นการขยายพันธุ์มะเดื่อชุมพรไปด้วยในตัว เพราะเมล็ดของมะเดื่อจะงอกดีมากขึ้นเพราะมีน้ำย่อยในกระเพาะของสัตว์
ยางเหนียวใช้ลงพื้นสำหรับปิดทอง
เนื้อไม้ของต้นมะเดื่อสามารถใช้ทำเป็นแอกไถ หีบใส่ของ ไม้จิ้มฟันได้
ใบอ่อนใช้นึ่งกินเป็นผักจิ้มน้ำพริก
ยอดอ่อนใช้ลวกกินกับน้ำพริก
ผลอ่อนใช้รับประทานเป็นอาหารได้
หัวใต้ดินสามารถนำไปนึ่งรับประทานได้
ช่อดอกหรือที่คนไทยเรียกว่าผลหรือลูกมะเดื่อ สามารถนำมารับประทานเป็นผักได้โดยใช้จิ้มกับผัก หรือใช้ทำแกงอย่างแกงส้มก็ได้เช่นกัน
ผลอ่อน - รับประทานเป็นอาหาร เปลือกต้น - มีรสฝาด - รับประทานแก้ท้องร่วง - ชะล้างบาดแผล เป็นยาสมานดี ราก - เป็นยาแก้ไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ ไข้พิษทุกชนิด - กล่อมเสมหะ และโลหิต
ใช้เป็นยาแก้ไข้ ถอนพิษไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ หรือไข้พิษทุกชนิด
ช่วยกล่อมเสมหะและโลหิต
ช่วยแก้อาเจียน
ช่วยแก้อาการร้อนใน (ในคาบสมุทรมลายู)
ช่วยแก้ธาตุพิการ
ผลดิบช่วยแก้โรคเบาหวาน (ผลดิบ)
เปลือกต้นใช้รับประทานแก้อาการเสีย ท้องร่วง (ที่ไม่ใช่บิดหรืออหิวาตกโรค)
ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก
ผลสุกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย (ผลสุก)
ช่วยห้ามเลือดและชะล้างบาดแผล
ใช้เป็นยาสมานแผล
ช่วยแก้ประดงเม็ดผื่นคัน
ในคาบสมุทรมลายูจะใช้รากต้มกับน้ำ ปรุงเป็นยาบำรุงหลังการคลอดบุตร
ไม้มะเดื่อจัดเป็นไม้มงคลที่สามารถปลูกไว้ในบ้านและยังเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เพราะในสมัยอดีตจะใช้ไม้มะเดื่อทำพระที่นั่งในพระราชพิธีราชาภิเษก ใช้ทำเป็นกระบวยตักน้ำเจิมถวาย และใช้ทำหม้อน้ำสำหรับกษัตริย์ทรงใช้ในพระราชพิธี
ผลสุกสามารถใช้เป็นอาหารสัตว์ได้หลายชนิด เช่น กระรอก นก หนู ฯลฯ แถมยังเป็นการขยายพันธุ์มะเดื่อชุมพรไปด้วยในตัว เพราะเมล็ดของมะเดื่อจะงอกดีมากขึ้นเพราะมีน้ำย่อยในกระเพาะของสัตว์
ยางเหนียวใช้ลงพื้นสำหรับปิดทอง
เนื้อไม้ของต้นมะเดื่อสามารถใช้ทำเป็นแอกไถ หีบใส่ของ ไม้จิ้มฟันได้
ใบอ่อนใช้นึ่งกินเป็นผักจิ้มน้ำพริก
ยอดอ่อนใช้ลวกกินกับน้ำพริก
ผลอ่อนใช้รับประทานเป็นอาหารได้
หัวใต้ดินสามารถนำไปนึ่งรับประทานได้
ช่อดอกหรือที่คนไทยเรียกว่าผลหรือลูกมะเดื่อ สามารถนำมารับประทานเป็นผักได้โดยใช้จิ้มกับผัก หรือใช้ทำแกงอย่างแกงส้มก็ได้เช่นกัน
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/