เข้าสู่ระบบ
Username ::  
Password ::  

ลืมรหัสผ่าน / สมัครสมาชิก

 ข้อมูลสมุนไพร

ละหุ่ง
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Ricinus communis  L.
ชื่อสามัญ : Castor Bean
วงศ์ :  EUPHORBIACEAE
ชื่ออื่น: มะโห่ง, มะโห่งหิน (ภาคเหนือ), ปี่มั้ว (จีน)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 
ไม้พุ่ม สูง 1-4 เมตร ใบเดี่ยว รูปผ่ามือกว้างและยาว 15-30 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายยอด แยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน ไม่มีกลีบดอก ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู เปลือกเมล็ดสีน้ำตาล มีหลายชนิด ขึ้นกับพันธุ์ละหุ่ง ส่วนที่ใช้ : ใบ ราก น้ำมันจากเมล็ด
สรรพคุณ : 
ใบ - เป็นยาขับน้ำนม แก้เลือดพิการ ราก - แก้พิษไข้เซื่องซึม และเป็นยาสมานด้วย น้ำมันจากเมล็ด - ใช้เป็นยาระบายในเด็ก น้ำมันหล่อลื่น เครื่องจักร ใช้ทำสบู่ ใช้เป็นอาหารสัตว์ และใช้ทำสีโป๊รถ โปรตีนจากละหุ่ง -ส่วนหนึ่งของโปรตีนไรซีน ซึ่งเป็นพิษคือ dgA สามารถจับกับ Antibody ของไวรัสเอดส์ เมื่อพบเซลล์ที่มีไวรัส จะปล่อย Ricin ซึ่งทำให้ไปยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส โดยที่มีผลต่อเซลล์ปกติเพียง 1/1000 ของเซลล์ที่มีไวรัส และไม่มีผลต่อ Daudi Cell ด้วยความสามารถในการเลือกจับเฉพาะเซลล์ที่มีไวรัส ** การค้นพบนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการพบยาที่ป้องกัน หรือเลื่อนเวลาในการเกิดโรคเอดส์
ใบสดช่วยแก้เลือดลมพิการ
ใบสดนำมาเผาใช้พอกแก้อาการปวดศีรษะได้
รากละหุ่งมีรสจืด ใช้ตำเป็นยาพอกเหงือกแก้อาการปวดฟัน
รากใช้สุมเป็นถ่านทำเป็นยากินแก้พิษไข้เซื่องซึมได้
ช่วยแก้อาการปวดท้อง
ใบสดช่วยขับลมในลำไส้
น้ำมันละหุ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายอุจจาระหรือยาถ่ายอย่างอ่อนสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ มีฤทธิ์ไปกระตุ้นผนังลำไส้ให้เกิดการบีบตัว ช่วยขับกากอาหารออกมา มักใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคท้องเดินเฉียบพลันที่เกิดจากอาหารเป็นพิษ เพื่อช่วยในการขับถ่ายอาหารที่เป็นพิษออกมา และยังนำมาใช้ในการทำความสะอาดลำไส้ก่อนการเอ็กซเรย์ลำไส้และกระเพาะอาหารอีกด้วย แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดมวนท้องได้ โดยน้ำมันละหุ่งนี้ต้องสกัดเอาเฉพาะน้ำมันเท่านั้น และไม่ให้ติดส่วนที่เป็นพิษ โดยใช้วิธีการบีบน้ำมันแบบไม่ผ่านความร้อน เนื่องจากหากผ่านความร้อนจะมีโปรตีนที่มีพิษที่เรียกว่า Ricin ติดมาด้วย ส่วนนี้จะไม่นำมาใช้เป็นยา (น้ํามันละหุ่ง)หรือจะใช้ใบสดหรือรากนำมาต้มกินก็มีฤทธิ์เป็นยาระบายเช่นกัน (ใบสด ราก)
ช่วยแก้อาการช้ำรั่วหรืออาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
ใบสดช่วยขับระดูของสตรี
ใบละหุ่งใช้ห่อกับก้อนอิฐแดง เผาไฟ ใช้ประคบแก้ริดสีดวงทวาร
รากใช้ปรุงเป็นยาสมานได้
เมล็ดนำมาตำใช้เป็นยาพอกแผลได้
ใบสดนำไปเผาไฟใช้พอกรักษาแผลเรื้อรังได้
ใบสดใช้ตำพอกเป็นยารักษาฝีได้
ยาขี้ผึ้งน้ำมันละหุ่งที่มีความเข้มข้นร้อยละ 5-10 สามารถนำมาใช้ทารักษาผิวหนังอักเสบได้ (ยาขี้ผึ้งน้ำมันละหุ่ง)
น้ำมันจากเมล็ดใช้เข้ายากับน้ำมันงา ใช้ทาแก้กระดูกหัก กระดูกแตกได้ (น้ํามันละหุ่ง)
ใบสดนำไปเผาไฟใช้พอกแก้อาการปวดบวมหรือปวดตามข้อได้
เมล็ดละหุ่งนำมาทุบแล้วเอาจุดงอกออก (เอาเปลือกและดีหรือใบอ่อนออก) ใช้ต้มกับนมครึ่งหนึ่ง แล้วต้มกับน้ำเพื่อทำลายพิษ ใช้กินแก้อาการปวดข้อปวดหลังได้
ช่วยขับน้ำนมของสตรี
ใบมีรสจืดและขื่น มีฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลงบางชนิดได้
ใบ - เป็นยาขับน้ำนม แก้เลือดพิการ ราก - แก้พิษไข้เซื่องซึม และเป็นยาสมานด้วย น้ำมันจากเมล็ด - ใช้เป็นยาระบายในเด็ก น้ำมันหล่อลื่น เครื่องจักร ใช้ทำสบู่ ใช้เป็นอาหารสัตว์ และใช้ทำสีโป๊รถ โปรตีนจากละหุ่ง -ส่วนหนึ่งของโปรตีนไรซีน ซึ่งเป็นพิษคือ dgA สามารถจับกับ Antibody ของไวรัสเอดส์ เมื่อพบเซลล์ที่มีไวรัส จะปล่อย Ricin ซึ่งทำให้ไปยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส โดยที่มีผลต่อเซลล์ปกติเพียง 1/1000 ของเซลล์ที่มีไวรัส และไม่มีผลต่อ Daudi Cell ด้วยความสามารถในการเลือกจับเฉพาะเซลล์ที่มีไวรัส ** การค้นพบนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการพบยาที่ป้องกัน หรือเลื่อนเวลาในการเกิดโรคเอดส์
ใบสดช่วยแก้เลือดลมพิการ
ใบสดนำมาเผาใช้พอกแก้อาการปวดศีรษะได้
รากละหุ่งมีรสจืด ใช้ตำเป็นยาพอกเหงือกแก้อาการปวดฟัน
รากใช้สุมเป็นถ่านทำเป็นยากินแก้พิษไข้เซื่องซึมได้
ช่วยแก้อาการปวดท้อง
ใบสดช่วยขับลมในลำไส้
น้ำมันละหุ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายอุจจาระหรือยาถ่ายอย่างอ่อนสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ มีฤทธิ์ไปกระตุ้นผนังลำไส้ให้เกิดการบีบตัว ช่วยขับกากอาหารออกมา มักใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคท้องเดินเฉียบพลันที่เกิดจากอาหารเป็นพิษ เพื่อช่วยในการขับถ่ายอาหารที่เป็นพิษออกมา และยังนำมาใช้ในการทำความสะอาดลำไส้ก่อนการเอ็กซเรย์ลำไส้และกระเพาะอาหารอีกด้วย แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดมวนท้องได้ โดยน้ำมันละหุ่งนี้ต้องสกัดเอาเฉพาะน้ำมันเท่านั้น และไม่ให้ติดส่วนที่เป็นพิษ โดยใช้วิธีการบีบน้ำมันแบบไม่ผ่านความร้อน เนื่องจากหากผ่านความร้อนจะมีโปรตีนที่มีพิษที่เรียกว่า Ricin ติดมาด้วย ส่วนนี้จะไม่นำมาใช้เป็นยา (น้ํามันละหุ่ง)หรือจะใช้ใบสดหรือรากนำมาต้มกินก็มีฤทธิ์เป็นยาระบายเช่นกัน (ใบสด ราก)
ช่วยแก้อาการช้ำรั่วหรืออาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
ใบสดช่วยขับระดูของสตรี
ใบละหุ่งใช้ห่อกับก้อนอิฐแดง เผาไฟ ใช้ประคบแก้ริดสีดวงทวาร
รากใช้ปรุงเป็นยาสมานได้
เมล็ดนำมาตำใช้เป็นยาพอกแผลได้
ใบสดนำไปเผาไฟใช้พอกรักษาแผลเรื้อรังได้
ใบสดใช้ตำพอกเป็นยารักษาฝีได้
ยาขี้ผึ้งน้ำมันละหุ่งที่มีความเข้มข้นร้อยละ 5-10 สามารถนำมาใช้ทารักษาผิวหนังอักเสบได้ (ยาขี้ผึ้งน้ำมันละหุ่ง)
น้ำมันจากเมล็ดใช้เข้ายากับน้ำมันงา ใช้ทาแก้กระดูกหัก กระดูกแตกได้ (น้ํามันละหุ่ง)
ใบสดนำไปเผาไฟใช้พอกแก้อาการปวดบวมหรือปวดตามข้อได้
เมล็ดละหุ่งนำมาทุบแล้วเอาจุดงอกออก (เอาเปลือกและดีหรือใบอ่อนออก) ใช้ต้มกับนมครึ่งหนึ่ง แล้วต้มกับน้ำเพื่อทำลายพิษ ใช้กินแก้อาการปวดข้อปวดหลังได้
ช่วยขับน้ำนมของสตรี
ใบมีรสจืดและขื่น มีฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลงบางชนิดได้
ใบ - เป็นยาขับน้ำนม แก้เลือดพิการ ราก - แก้พิษไข้เซื่องซึม และเป็นยาสมานด้วย น้ำมันจากเมล็ด - ใช้เป็นยาระบายในเด็ก น้ำมันหล่อลื่น เครื่องจักร ใช้ทำสบู่ ใช้เป็นอาหารสัตว์ และใช้ทำสีโป๊รถ โปรตีนจากละหุ่ง -ส่วนหนึ่งของโปรตีนไรซีน ซึ่งเป็นพิษคือ dgA สามารถจับกับ Antibody ของไวรัสเอดส์ เมื่อพบเซลล์ที่มีไวรัส จะปล่อย Ricin ซึ่งทำให้ไปยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัส โดยที่มีผลต่อเซลล์ปกติเพียง 1/1000 ของเซลล์ที่มีไวรัส และไม่มีผลต่อ Daudi Cell ด้วยความสามารถในการเลือกจับเฉพาะเซลล์ที่มีไวรัส ** การค้นพบนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการพบยาที่ป้องกัน หรือเลื่อนเวลาในการเกิดโรคเอดส์
ใบสดช่วยแก้เลือดลมพิการ
ใบสดนำมาเผาใช้พอกแก้อาการปวดศีรษะได้
รากละหุ่งมีรสจืด ใช้ตำเป็นยาพอกเหงือกแก้อาการปวดฟัน
รากใช้สุมเป็นถ่านทำเป็นยากินแก้พิษไข้เซื่องซึมได้
ช่วยแก้อาการปวดท้อง
ใบสดช่วยขับลมในลำไส้
น้ำมันละหุ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายอุจจาระหรือยาถ่ายอย่างอ่อนสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ มีฤทธิ์ไปกระตุ้นผนังลำไส้ให้เกิดการบีบตัว ช่วยขับกากอาหารออกมา มักใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคท้องเดินเฉียบพลันที่เกิดจากอาหารเป็นพิษ เพื่อช่วยในการขับถ่ายอาหารที่เป็นพิษออกมา และยังนำมาใช้ในการทำความสะอาดลำไส้ก่อนการเอ็กซเรย์ลำไส้และกระเพาะอาหารอีกด้วย แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดมวนท้องได้ โดยน้ำมันละหุ่งนี้ต้องสกัดเอาเฉพาะน้ำมันเท่านั้น และไม่ให้ติดส่วนที่เป็นพิษ โดยใช้วิธีการบีบน้ำมันแบบไม่ผ่านความร้อน เนื่องจากหากผ่านความร้อนจะมีโปรตีนที่มีพิษที่เรียกว่า Ricin ติดมาด้วย ส่วนนี้จะไม่นำมาใช้เป็นยา (น้ํามันละหุ่ง)หรือจะใช้ใบสดหรือรากนำมาต้มกินก็มีฤทธิ์เป็นยาระบายเช่นกัน (ใบสด ราก)
ช่วยแก้อาการช้ำรั่วหรืออาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
ใบสดช่วยขับระดูของสตรี
ใบละหุ่งใช้ห่อกับก้อนอิฐแดง เผาไฟ ใช้ประคบแก้ริดสีดวงทวาร
รากใช้ปรุงเป็นยาสมานได้
เมล็ดนำมาตำใช้เป็นยาพอกแผลได้
ใบสดนำไปเผาไฟใช้พอกรักษาแผลเรื้อรังได้
ใบสดใช้ตำพอกเป็นยารักษาฝีได้
ยาขี้ผึ้งน้ำมันละหุ่งที่มีความเข้มข้นร้อยละ 5-10 สามารถนำมาใช้ทารักษาผิวหนังอักเสบได้ (ยาขี้ผึ้งน้ำมันละหุ่ง)
น้ำมันจากเมล็ดใช้เข้ายากับน้ำมันงา ใช้ทาแก้กระดูกหัก กระดูกแตกได้ (น้ํามันละหุ่ง)
ใบสดนำไปเผาไฟใช้พอกแก้อาการปวดบวมหรือปวดตามข้อได้
เมล็ดละหุ่งนำมาทุบแล้วเอาจุดงอกออก (เอาเปลือกและดีหรือใบอ่อนออก) ใช้ต้มกับนมครึ่งหนึ่ง แล้วต้มกับน้ำเพื่อทำลายพิษ ใช้กินแก้อาการปวดข้อปวดหลังได้
ช่วยขับน้ำนมของสตรี
ใบมีรสจืดและขื่น มีฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลงบางชนิดได้
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/