เข้าสู่ระบบ
Username ::  
Password ::  

ลืมรหัสผ่าน / สมัครสมาชิก

 ข้อมูลสมุนไพร

ครอบฟันสี
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Abutilon indicum  (L.) Sweet
ชื่อสามัญ : Country mallow, Indian mallow
วงศ์ :  MALVACEAE
ชื่ออื่น: ครอบ ครอบจักรวาฬ ตอบแตบ บอบแปบ มะก่องเข้า (พายัพ) ก่อนเข้า (เชียงใหม่) โผงผาง (โคราช ) ครอบตลับ หญ้าขัดหลวง หญ้าขัดใบป้อม ขัดมอนหลวง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 
เป็นพรรณไม้พุ่ม ลำต้นสูงไม่เกิน 5 ฟุต และจะเป็นขนสีขาวนวล ใบจะกลมและโตประมาณ 7 ซม. ใบค่อนข้างหนาจะมีขนสีขาวนวล ดอกจะโตประมาณ 2-3 ซม. เป็นดอกสีเหลือง ผลนั้นจะมีลักษณะกลมเป็นกลีบๆ คล้ายฟันสีที่ใช้สีข้าวแต่ชนิดนี้ผลจะเป็นรูปตูมๆ ไม่บานอ้า เหมือนชนิดอื่น ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้น ราก และเมล็ด เก็บในฤดูร้อนและฤดูหนาว ตัดทั้งต้น ล้างสะอาด ตากแห้งเก็บไว้ใช้
สรรพคุณ : 
ทั้งต้น - รสชุ่ม สุขุม ไม่มีพิษ ใช้แก้ร้อน ชื้น ฟอกเลือด แก้ท้องร่วง หูอื้อ หูหนวก แผลบวมเป็นหนอง โรคเรื้อน ปัสสาวะขัด เจ็บ ขุ่น คางทูม ขับลม เลือดร้อน ราก - รสจืด ชุ่ม เย็น ใช้แก้ร้อน ชื้น ฟอกเลือด แก้ไอ หูหนวก หูชั้นกลางอักเสบ เหงือกอักเสบ คอตีบ ปวดท้อง ท้องร่วง ริดสีดวงทวาร ขับปัสสาวะ เมล็ด - ใช้แก้บิดมูกเลือด ฝีฝักบัว วิธีและปริมาณที่ใช้ : ทั้งต้นแห้ง 30- 60 กรัม ต้มน้ำดื่มหรือตุ๋นกับเนื้อไก่รับประทาน ใช้ภายนอก ตำพอก รากแห้ง 10- 15 กรัม ต้มน้ำดื่ม ใช้ภายนอก ตำพอก หรือต้มน้ำชะล้าง เมล็ดแห้ง 3.2 กรัม บดเป็นผงรับประทาน วันละ 3 ครั้ง ตำรับยา : แก้ผื่นคัน เนื่องจาการแพ้ ใช้ทั้งต้นแห้ง 30 กรัม ผสมกับเนื้อหมู (ไม่เอามัน) พอประมาณ ตุ๋นน้ำรับประทาน แก้ริดสีดวงทวาร ใช้ราก 150 กรัม ต้มเอาน้ำข้นๆ ดื่มประมาณ 1 ถ้วยชา ที่เหลืออุ่นเอาไอรมที่ก้นพออุ่นๆ ทนได้ ใช้รมวันละ 5-6 ครั้ง เอาน้ำอุ่นๆ ชะล้างแผล แก้หกล้ม เป็นบาดแผลหรือร่างกายอ่อนแอ ไม่มีกำลัง ใช้รากแห้ง 60 กรัม ต้มกับขาหมู 2 ขา ผสมกับเหล้าเหลือง 60 กรัม ต้มน้ำรับประทาน แก้ข้อมือข้อเท้าอักเสบ หรือแผลอักเสบที่ทำให้กล้ามเนื้อลีบ ใช้รากแห้ง 30 กรัม ผสมน้ำ และเหล้าอย่างละเท่าๆ กัน ตุ๋นรับประทาน แก้คอตีบ ใช้รากสด 30 กรัม ต้มน้ำดื่ม หรืออาจะเพิ่มรากหญ้าพันงู ( Achyranthes aspera L. A. Bidentata BL. A.longiforia Mak. ) สด กับรากว่านหางช้าง ( Belamcanda. Chinensis DC. ) สด พอสมควร ตำคั้นเอาน้ำมามาผสมกับปัสสาวะให้เด็กรับประทาน แก้หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง ใช้รากแห้ง 15- 30 กรัม ข้าวเหนียว 1 ถ้วย หรือเนื้อหมูไม่ติดมัน หรือเต้าหู้แทนก็ได้ ในปริมาณสมควร ต้มน้ำรับประทาน ใช้แก้รากฟันเน่าเป็นหนอง ใช้รากแห้ง 15 กรัม ผสมน้ำตาลแดงพอสมควร ต้มน้ำดื่มหรือใช้รากแห้ง แช่น้ำส้มสายชู 1 ชั่วโมง แล้วเอาผ้าห่ออมไว้ในปากบ่อยๆ แก้บิดมูกเลือด ใช้เมล็ดคั่วให้เกรียม บดเป็นผง รับประทานพร้อมกับน้ำผึ้ง ครั้งละ 3.2 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร แก้ฝีฝักบัว ใช้เมล็ด 1 ช่อ บดเป็นผงชงน้ำสุกอุ่นๆ รับประทานแล้วเอาใบสดตำผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำตาลแดง พอกที่แผล สารเคมี : ทั้งต้น มี Flavonoid glycoside Phenols Amino acids น้ำตาล (พวก Flavonoid glycoside มี Gossypin Gossypitrin Cyanidin-3-rutinoside) ใบ มี Mucilage Tannins Organic acid Traces of asparagin และเถ้าที่ประกอบด้วย Alkaline sulphates Chlorides magnesium phosphate และ Calcium carbonate ราก มี Asparagin เมล็ด มีไขมันประมาณ 5% fatty acid ซึ่งมี Oleic acid 41.3% Linoleic acid 26.67% Linolenic acid 6.8% Stearic acid 11.17% Palmitic acid 5.08% Non-saponified matter ประมาณ 1.77% (ซึ่งเป็นพวก Sitosterol) กากเมล็ด ประกอบด้วย Raffinose (C18 H32 O16)
รากใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยแก้อาการร่างกายอ่อนแอไม่มีกำลัง ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 60 กรัม นำมาต้มกับขาหมู 2 ขา แล้วผสมกับเหล้าเหลืองประมาณ 60 กรัม ใช้ต้มกับน้ำรับประทาน (รากแห้ง)
ในอินโดจีนใช้ดอกอ่อนและเมล็ดเป็นยาบำรุง (เมล็ด ดอกอ่อน)
รากใช้เป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย
ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ต้น ราก ทั้งต้น)
ทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงโลหิต (ต้น ทั้งต้น)
ช่วยฟอกโลหิต (ทั้งต้น ราก)ขับโลหิตเสีย
ช่วยบำรุงปอด
ช่วยแก้โรคประสาท
ใบหรือทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคเบาหวาน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือใช้ยอดสดยาว 1 คืบ จำนวน 15 ยอด นำมาต้มกับน้ำ 6 แก้วโอเลี้ยงจนเดือด ใช้ดื่มในขณะยังอุ่นจนหมด ติดต่อกันทุกวันประมาณ 2-3 อาทิตย์ บ้างก็ใช้ผลต้มกับน้ำดื่มครั้งละ 8-9 ผลต่อน้ำ 2 ลิตร หากน้ำตาลในเลือดลดลงแล้วให้ใช้เพียง 4-5 ผลต่อน้ำ 2 ลิตร ต้มดื่มต่างน้ำ จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ บ้างก็ว่าใช้ทั้ง 5 ส่วนของครอบฟันสีก็ใช้รักษาโรคเบาหวานได้ นอกจากน้ำตาลจะลดแล้วผู้ที่เป็นแผลเปื่อยจากเบาหวานก็หายด้วย (ผล ใบ ทั้งต้น)และยังมีการทดลองเพื่อทดสอบฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดจากใบครอบฟันสี ด้วยการป้อนสารสกัดในขนาด 500 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักหนู 1 กิโลกรัม พบว่าสารสกัดดังกล่าวจะใช้เวลาดูดซึมประมาณ 2 ชั่วโมง จึงจะออกฤทธิ์
ทั้งต้นใช้เป็นยารักษาโรคความดันโลหิต
ใช้เป็นยาแก้โรคลมบ้าหมูหรือโรคลมชัก ด้วยการใช้ทั้งต้นรวมรากนำมาต้มกับน้ำปริมาณพอสมควรจนเดือด แล้วนำมาดื่มในขณะยังอุ่นทุกวัน วันละ 2-3 ครั้ง ผู้ที่เพิ่งเป็นโรคดังกล่าวจะหายในเวลาไม่นาน แต่ถ้าเป็นนานเกิน 5 ปีแล้ว ต้องต้มดื่มติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 1 ปีจึงจะหาย
ใช้เป็นยาแก้อาการหูอื้อ
ช่วยแก้อาการหูหนวก (ทั้งต้น ราก)
ช่วยแก้อาการปวดหู ลมออกหู
ช่วยแก้อาการหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 15-30 กรัม ข้าวเหนียวปริมาณ 1 ถ้วย (หรือจะใช้เนื้อหมูไร้มันหรือเต้าหู้แทนข้าวเหนียวก็ได้) ในปริมาณพอสมควร ใช้ต้มกับน้ำรับประทาน (รากแห้ง)
ช่วยรักษาคางทูม
ช่วยแก้อาการเหงือกอักเสบ
ช่วยแก้อาการรากฟันเน่าและเป็นหนอง ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 15 กรัม นำมาผสมกับน้ำตาลแดงพอสมควร ใช้ต้มกับน้ำดื่ม หรือจะใช้รากแห้งนำมาแช่กับน้ำส้มสายชูประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วเอาผ้าห่อนำมาอมไว้ในปากบ่อย ๆ (รากแห้ง)
ใบใช้ขยี้นำมาอุดฟัน ช่วยแก้อาการปวดฟัน แก้อาการเหงือกอักเสบ
ช่วยแก้อาการเจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ อาการไอ และหลอดลมอักเสบ ด้วยการใช้รากนำมาทุบแล้วแช่กับน้ำส้มสายชูประมาณหนึ่งชั่วโมง จากนั้นนำมาอมจะทำให้อาการดีขึ้น ส่วนอีกวิธีแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ ให้ใช้ทั้งต้นสด 40-80 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน (ราก ทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้คอตีบ ด้วยการใช้รากสดประมาณ 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม หรืออาจจะเพิ่มรากว่านหางช้างสด 20 กรัม และรากหญ้าพันงูสด 20 กรัม นำมาตำคั้นเอาแต่น้ำผสมกับเหล้าขาวรับประทาน (รากสด)
รากมีรสจืด ชุ่ม และเย็น ส่วนต้นมีรสชุ่มและสุขุม สรรพคุณเป็นยาช่วยแก้อาการร้อน ชื้น (ทั้งต้น ราก)
ช่วยแก้เลือดร้อน
ทั้งต้นมีรสหวานเป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อปอด กระเพาะอาหาร ลำไส้ และไต ใช้เป็นยาแก้หวัด ไอแห้ง ไข้ตัวร้อนไม่ยอมลด ช่วยกระจายลมร้อน ขับลมชื้น
ใช้เป็นยาแก้ไข้ ด้วยการใช้ครอบฟันสีทั้ง 5 ส่วนนำมาต้มกินและนำมาใช้อาบ (ทั้งต้น ราก) ช่วยลดไข้
รากใช้เป็นยารักษาโรคไข้ผอมเหลือง
รากเป็นยาเย็น มีรสหวานจืด ใช้เป็นยารักษาอาการไอ
ช่วยแก้หืด
ช่วยขับเสมหะ (เมล็ดแห้ง)
ช่วยละลายเสมหะ
ช่วยแก้อาการสะอึก
ช่วยแก้โรคเกี่ยวกับหลอดลมและน้ำดี แก้โรคลมและดีพิการ
ทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มช่วยขับลม (ต้นทั้งต้น)
ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นเฟ้อ
ช่วยในการย่อยอาหาร (ต้น ทั้งต้น)
เมล็ดแห้งใช้กินประมาณ 3.5-7.5 กรัม ใช้เป็นยาระบายในคนที่เป็นริดสีดวงทวาร (เมล็ดแห้ง)
ดอกใช้เป็นยาฟอกลำไส้ให้สะอาด
ช่วยแก้อาการปวดท้อง แก้บิด
ช่วยแก้อาการท้องร่วง (ทั้งต้น ราก)
ช่วยแก้อาการบิดมูกเลือด บิดมูกขาว ด้วยการใช้เมล็ดนำมาคั่วให้เกรียมแล้วบดให้เป็นผง ใช้ครั้งละ 3-5 กรัม นำมาผสมกับน้ำผึ้งรับประทานก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง
ช่วยขับพยาธิในท้อง
ผงจากเมล็ดใช้ฆ่าพยาธิเส้นด้าย ด้วยการใช้ผงจากเมล็ดนำมาโปรยบนถ่านไฟ เอาควันมารมก้นเด็กที่เป็นพยาธิเส้นด้าย (เมล็ดแห้ง)
ช่วยขับปัสสาวะ (ราก ทั้งต้น) ช่วยแก้อาการปัสสาวะขัด เจ็บ ขุ่น ปัสสาวะกะปริบกะปรอยปวดแสบเวลาขับปัสสาวะ หรือที่เรียกว่าโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยใช้ทั้งต้นสด 40-80 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน ใบหรือทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยแก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ (ใบ ทั้งต้น)บ้างก็ว่าเปลือกนั้นมีเมือก ที่นำมาใช้เป็นยาขับปัสสาวะได้เช่นกัน (เมือกจากเปลือก)ส่วนในอินโดจีนจะใช้ดอกอ่อนและเมล็ดเป็นยาขับปัสสาวะ และหล่อลื่น (เมล็ด ดอกอ่อน)และในอินเดียจะใช้ยาชงจากรากเป็นยาแก้อาการขัดเบาเป็นเลือด และยังระบุด้วยว่ารากและเปลือกนั้นมีฤทธิ์ขับปัสสาวะได้เป็นอย่างดี (ราก เปลือก)
ช่วยแก้อุจจาระกะปริบกะปรอย (เมล็ด ทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้รากประมาณ 100-150 กรัม นำมาต้มเอาน้ำข้น ๆ ดื่มประมาณ 1 ถ้วยชา วันละ 1-3 ครั้ง ส่วนกากเหลือให้นำมาต้มเป็นน้ำยาแล้วอบที่ทวารให้พออุ่น ๆ และพอทนได้ โดยให้อบวันละประมาณ 5-6 ครั้ง และเอาน้ำอุ่น ๆ มาชะล้างแผล
ช่วยขับระดูของสตรี
ใช้เป็นยาแก้มุตกิดสตรี หรืออาการปัสสาวะขุ่น เสียวในมดลูก มีอาการตกขาวและมีกลิ่นเหม็นคาว และมีอาการปวดบริเวณชายกระเบนเหน็บ
ช่วยรักษาโรคต่อมลูกหมากอักเสบ ด้วยการใช้สมุนไพรครอบจักรวาล รางจืด ลูกใต้ใบ อย่างละเท่ากันนำมาต้มกิน
ช่วยบำรุงไต รักษาโรคไต
เมล็ดใช้เป็นยาสมานแผล
ช่วยแก้หกล้มแล้วเป็นบาดแผล ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 60 กรัม นำมาต้มกับขาหมู 2 ขา แล้วผสมกับเหล้าเหลืองประมาณ 60 กรัม ใช้ต้มกับน้ำรับประทาน (รากแห้ง)
ทั้งต้นใช้รักษาแผลบวมเป็นหนอง
ช่วยรักษาแผลเรื้อรัง ด้วยการใช้ครอบฟันสีทั้ง 5 ส่วนนำมาต้มกินและนำมาใช้อาบ หรือนำมาประคบร่วมด้วย ในอินเดียใช้ดอกและใบ นำมาพอกรักษาฝีและแผลเรื้อรังต่าง ๆ ส่วนฟิลิปปินส์ใช้ใบนำมาต้มเอาน้ำใช้ชะล้างรักษาบาดแผลและแผลเรื้อรังชนิดต่าง ๆ หรือจะใช้ใบผสมน้ำใช้ล้างก็ได้เช่นกัน นอกจากจะช่วยรักษาแผลเรื้อรังแล้ว ยังช่วยรักษาแผลพุพองและแผลเบาหวานได้อีกด้วย โดยจะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น ทำให้คอลลาเจนมาเกาะที่แผลมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเรียงตัวและการเติบโตที่ดีขึ้น
ช่วยรักษาโรคเรื้อน
ช่วยแก้ฝีฝักบัว ด้วยการใช้เมล็ด 1 ช่อนำมาบดให้เป็นผงแล้วนำมาชงกับน้ำสุกอุ่น ๆ ใช้รับประทาน และให้ใช้ใบสดนำมาตำผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำตาลแดงก็ได้ แล้วนำมาพอกที่แผล (เมล็ด ใบสด)
ใบใช้ตำพอกบ่มหนองให้สุกไวและแตกเร็วขึ้น
ใช้เป็นยาแก้ฝีบวมแดง แก้อีสุกอีใส (เมล็ด ทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้อาการผดผื่นคันเนื่องจากอาการภูมิแพ้ ด้วยการใช้ทั้งต้นแห้งประมาณ 80 กรัม นำมาต้มกับเนื้อสันของหมูประมาณ 200 กรัม โดยต้มเป็นน้ำแกง ใช้รับประทานจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ (ทั้งต้นแห้ง)
ช่วยแก้อัมพาตแก้ลมเข้าข้อ ต้านเชื้อแบคทีเรีย
ช่วยแก้อาการข้อมือและข้อเท้าอักเสบ หรือเป็นแผลอักเสบที่ทำให้กล้ามเนื้อลีบ ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 30 กรัม นำมาผสมกับน้ำและเหล้าอย่างละเท่ากัน แล้วใช้ตุ๋นรับประทาน (รากแห้ง)
ใช้เป็นยาแก้ปวดในกระดูก ด้วยการใช้ครอบฟันสีทั้ง 5 ส่วนนำมาต้มกินและนำมาใช้อาบ หรือจะนำมาประคบร่วมด้วยก็ได้
ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ (เมล็ดแห้ง)
ทั้งต้น - รสชุ่ม สุขุม ไม่มีพิษ ใช้แก้ร้อน ชื้น ฟอกเลือด แก้ท้องร่วง หูอื้อ หูหนวก แผลบวมเป็นหนอง โรคเรื้อน ปัสสาวะขัด เจ็บ ขุ่น คางทูม ขับลม เลือดร้อน ราก - รสจืด ชุ่ม เย็น ใช้แก้ร้อน ชื้น ฟอกเลือด แก้ไอ หูหนวก หูชั้นกลางอักเสบ เหงือกอักเสบ คอตีบ ปวดท้อง ท้องร่วง ริดสีดวงทวาร ขับปัสสาวะ เมล็ด - ใช้แก้บิดมูกเลือด ฝีฝักบัว วิธีและปริมาณที่ใช้ : ทั้งต้นแห้ง 30- 60 กรัม ต้มน้ำดื่มหรือตุ๋นกับเนื้อไก่รับประทาน ใช้ภายนอก ตำพอก รากแห้ง 10- 15 กรัม ต้มน้ำดื่ม ใช้ภายนอก ตำพอก หรือต้มน้ำชะล้าง เมล็ดแห้ง 3.2 กรัม บดเป็นผงรับประทาน วันละ 3 ครั้ง ตำรับยา : แก้ผื่นคัน เนื่องจาการแพ้ ใช้ทั้งต้นแห้ง 30 กรัม ผสมกับเนื้อหมู (ไม่เอามัน) พอประมาณ ตุ๋นน้ำรับประทาน แก้ริดสีดวงทวาร ใช้ราก 150 กรัม ต้มเอาน้ำข้นๆ ดื่มประมาณ 1 ถ้วยชา ที่เหลืออุ่นเอาไอรมที่ก้นพออุ่นๆ ทนได้ ใช้รมวันละ 5-6 ครั้ง เอาน้ำอุ่นๆ ชะล้างแผล แก้หกล้ม เป็นบาดแผลหรือร่างกายอ่อนแอ ไม่มีกำลัง ใช้รากแห้ง 60 กรัม ต้มกับขาหมู 2 ขา ผสมกับเหล้าเหลือง 60 กรัม ต้มน้ำรับประทาน แก้ข้อมือข้อเท้าอักเสบ หรือแผลอักเสบที่ทำให้กล้ามเนื้อลีบ ใช้รากแห้ง 30 กรัม ผสมน้ำ และเหล้าอย่างละเท่าๆ กัน ตุ๋นรับประทาน แก้คอตีบ ใช้รากสด 30 กรัม ต้มน้ำดื่ม หรืออาจะเพิ่มรากหญ้าพันงู ( Achyranthes aspera L. A. Bidentata BL. A.longiforia Mak. ) สด กับรากว่านหางช้าง ( Belamcanda. Chinensis DC. ) สด พอสมควร ตำคั้นเอาน้ำมามาผสมกับปัสสาวะให้เด็กรับประทาน แก้หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง ใช้รากแห้ง 15- 30 กรัม ข้าวเหนียว 1 ถ้วย หรือเนื้อหมูไม่ติดมัน หรือเต้าหู้แทนก็ได้ ในปริมาณสมควร ต้มน้ำรับประทาน ใช้แก้รากฟันเน่าเป็นหนอง ใช้รากแห้ง 15 กรัม ผสมน้ำตาลแดงพอสมควร ต้มน้ำดื่มหรือใช้รากแห้ง แช่น้ำส้มสายชู 1 ชั่วโมง แล้วเอาผ้าห่ออมไว้ในปากบ่อยๆ แก้บิดมูกเลือด ใช้เมล็ดคั่วให้เกรียม บดเป็นผง รับประทานพร้อมกับน้ำผึ้ง ครั้งละ 3.2 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร แก้ฝีฝักบัว ใช้เมล็ด 1 ช่อ บดเป็นผงชงน้ำสุกอุ่นๆ รับประทานแล้วเอาใบสดตำผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำตาลแดง พอกที่แผล สารเคมี : ทั้งต้น มี Flavonoid glycoside Phenols Amino acids น้ำตาล (พวก Flavonoid glycoside มี Gossypin Gossypitrin Cyanidin-3-rutinoside) ใบ มี Mucilage Tannins Organic acid Traces of asparagin และเถ้าที่ประกอบด้วย Alkaline sulphates Chlorides magnesium phosphate และ Calcium carbonate ราก มี Asparagin เมล็ด มีไขมันประมาณ 5% fatty acid ซึ่งมี Oleic acid 41.3% Linoleic acid 26.67% Linolenic acid 6.8% Stearic acid 11.17% Palmitic acid 5.08% Non-saponified matter ประมาณ 1.77% (ซึ่งเป็นพวก Sitosterol) กากเมล็ด ประกอบด้วย Raffinose (C18 H32 O16)
รากใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยแก้อาการร่างกายอ่อนแอไม่มีกำลัง ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 60 กรัม นำมาต้มกับขาหมู 2 ขา แล้วผสมกับเหล้าเหลืองประมาณ 60 กรัม ใช้ต้มกับน้ำรับประทาน (รากแห้ง)
ในอินโดจีนใช้ดอกอ่อนและเมล็ดเป็นยาบำรุง (เมล็ด ดอกอ่อน)
รากใช้เป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย
ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ต้น ราก ทั้งต้น)
ทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงโลหิต (ต้น ทั้งต้น)
ช่วยฟอกโลหิต (ทั้งต้น ราก)ขับโลหิตเสีย
ช่วยบำรุงปอด
ช่วยแก้โรคประสาท
ใบหรือทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคเบาหวาน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือใช้ยอดสดยาว 1 คืบ จำนวน 15 ยอด นำมาต้มกับน้ำ 6 แก้วโอเลี้ยงจนเดือด ใช้ดื่มในขณะยังอุ่นจนหมด ติดต่อกันทุกวันประมาณ 2-3 อาทิตย์ บ้างก็ใช้ผลต้มกับน้ำดื่มครั้งละ 8-9 ผลต่อน้ำ 2 ลิตร หากน้ำตาลในเลือดลดลงแล้วให้ใช้เพียง 4-5 ผลต่อน้ำ 2 ลิตร ต้มดื่มต่างน้ำ จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ บ้างก็ว่าใช้ทั้ง 5 ส่วนของครอบฟันสีก็ใช้รักษาโรคเบาหวานได้ นอกจากน้ำตาลจะลดแล้วผู้ที่เป็นแผลเปื่อยจากเบาหวานก็หายด้วย (ผล ใบ ทั้งต้น)และยังมีการทดลองเพื่อทดสอบฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดจากใบครอบฟันสี ด้วยการป้อนสารสกัดในขนาด 500 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักหนู 1 กิโลกรัม พบว่าสารสกัดดังกล่าวจะใช้เวลาดูดซึมประมาณ 2 ชั่วโมง จึงจะออกฤทธิ์
ทั้งต้นใช้เป็นยารักษาโรคความดันโลหิต
ใช้เป็นยาแก้โรคลมบ้าหมูหรือโรคลมชัก ด้วยการใช้ทั้งต้นรวมรากนำมาต้มกับน้ำปริมาณพอสมควรจนเดือด แล้วนำมาดื่มในขณะยังอุ่นทุกวัน วันละ 2-3 ครั้ง ผู้ที่เพิ่งเป็นโรคดังกล่าวจะหายในเวลาไม่นาน แต่ถ้าเป็นนานเกิน 5 ปีแล้ว ต้องต้มดื่มติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 1 ปีจึงจะหาย
ใช้เป็นยาแก้อาการหูอื้อ
ช่วยแก้อาการหูหนวก (ทั้งต้น ราก)
ช่วยแก้อาการปวดหู ลมออกหู
ช่วยแก้อาการหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 15-30 กรัม ข้าวเหนียวปริมาณ 1 ถ้วย (หรือจะใช้เนื้อหมูไร้มันหรือเต้าหู้แทนข้าวเหนียวก็ได้) ในปริมาณพอสมควร ใช้ต้มกับน้ำรับประทาน (รากแห้ง)
ช่วยรักษาคางทูม
ช่วยแก้อาการเหงือกอักเสบ
ช่วยแก้อาการรากฟันเน่าและเป็นหนอง ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 15 กรัม นำมาผสมกับน้ำตาลแดงพอสมควร ใช้ต้มกับน้ำดื่ม หรือจะใช้รากแห้งนำมาแช่กับน้ำส้มสายชูประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วเอาผ้าห่อนำมาอมไว้ในปากบ่อย ๆ (รากแห้ง)
ใบใช้ขยี้นำมาอุดฟัน ช่วยแก้อาการปวดฟัน แก้อาการเหงือกอักเสบ
ช่วยแก้อาการเจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ อาการไอ และหลอดลมอักเสบ ด้วยการใช้รากนำมาทุบแล้วแช่กับน้ำส้มสายชูประมาณหนึ่งชั่วโมง จากนั้นนำมาอมจะทำให้อาการดีขึ้น ส่วนอีกวิธีแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ ให้ใช้ทั้งต้นสด 40-80 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน (ราก ทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้คอตีบ ด้วยการใช้รากสดประมาณ 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม หรืออาจจะเพิ่มรากว่านหางช้างสด 20 กรัม และรากหญ้าพันงูสด 20 กรัม นำมาตำคั้นเอาแต่น้ำผสมกับเหล้าขาวรับประทาน (รากสด)
รากมีรสจืด ชุ่ม และเย็น ส่วนต้นมีรสชุ่มและสุขุม สรรพคุณเป็นยาช่วยแก้อาการร้อน ชื้น (ทั้งต้น ราก)
ช่วยแก้เลือดร้อน
ทั้งต้นมีรสหวานเป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อปอด กระเพาะอาหาร ลำไส้ และไต ใช้เป็นยาแก้หวัด ไอแห้ง ไข้ตัวร้อนไม่ยอมลด ช่วยกระจายลมร้อน ขับลมชื้น
ใช้เป็นยาแก้ไข้ ด้วยการใช้ครอบฟันสีทั้ง 5 ส่วนนำมาต้มกินและนำมาใช้อาบ (ทั้งต้น ราก) ช่วยลดไข้
รากใช้เป็นยารักษาโรคไข้ผอมเหลือง
รากเป็นยาเย็น มีรสหวานจืด ใช้เป็นยารักษาอาการไอ
ช่วยแก้หืด
ช่วยขับเสมหะ (เมล็ดแห้ง)
ช่วยละลายเสมหะ
ช่วยแก้อาการสะอึก
ช่วยแก้โรคเกี่ยวกับหลอดลมและน้ำดี แก้โรคลมและดีพิการ
ทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มช่วยขับลม (ต้นทั้งต้น)
ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นเฟ้อ
ช่วยในการย่อยอาหาร (ต้น ทั้งต้น)
เมล็ดแห้งใช้กินประมาณ 3.5-7.5 กรัม ใช้เป็นยาระบายในคนที่เป็นริดสีดวงทวาร (เมล็ดแห้ง)
ดอกใช้เป็นยาฟอกลำไส้ให้สะอาด
ช่วยแก้อาการปวดท้อง แก้บิด
ช่วยแก้อาการท้องร่วง (ทั้งต้น ราก)
ช่วยแก้อาการบิดมูกเลือด บิดมูกขาว ด้วยการใช้เมล็ดนำมาคั่วให้เกรียมแล้วบดให้เป็นผง ใช้ครั้งละ 3-5 กรัม นำมาผสมกับน้ำผึ้งรับประทานก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง
ช่วยขับพยาธิในท้อง
ผงจากเมล็ดใช้ฆ่าพยาธิเส้นด้าย ด้วยการใช้ผงจากเมล็ดนำมาโปรยบนถ่านไฟ เอาควันมารมก้นเด็กที่เป็นพยาธิเส้นด้าย (เมล็ดแห้ง)
ช่วยขับปัสสาวะ (ราก ทั้งต้น) ช่วยแก้อาการปัสสาวะขัด เจ็บ ขุ่น ปัสสาวะกะปริบกะปรอยปวดแสบเวลาขับปัสสาวะ หรือที่เรียกว่าโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยใช้ทั้งต้นสด 40-80 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน ใบหรือทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยแก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ (ใบ ทั้งต้น)บ้างก็ว่าเปลือกนั้นมีเมือก ที่นำมาใช้เป็นยาขับปัสสาวะได้เช่นกัน (เมือกจากเปลือก)ส่วนในอินโดจีนจะใช้ดอกอ่อนและเมล็ดเป็นยาขับปัสสาวะ และหล่อลื่น (เมล็ด ดอกอ่อน)และในอินเดียจะใช้ยาชงจากรากเป็นยาแก้อาการขัดเบาเป็นเลือด และยังระบุด้วยว่ารากและเปลือกนั้นมีฤทธิ์ขับปัสสาวะได้เป็นอย่างดี (ราก เปลือก)
ช่วยแก้อุจจาระกะปริบกะปรอย (เมล็ด ทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้รากประมาณ 100-150 กรัม นำมาต้มเอาน้ำข้น ๆ ดื่มประมาณ 1 ถ้วยชา วันละ 1-3 ครั้ง ส่วนกากเหลือให้นำมาต้มเป็นน้ำยาแล้วอบที่ทวารให้พออุ่น ๆ และพอทนได้ โดยให้อบวันละประมาณ 5-6 ครั้ง และเอาน้ำอุ่น ๆ มาชะล้างแผล
ช่วยขับระดูของสตรี
ใช้เป็นยาแก้มุตกิดสตรี หรืออาการปัสสาวะขุ่น เสียวในมดลูก มีอาการตกขาวและมีกลิ่นเหม็นคาว และมีอาการปวดบริเวณชายกระเบนเหน็บ
ช่วยรักษาโรคต่อมลูกหมากอักเสบ ด้วยการใช้สมุนไพรครอบจักรวาล รางจืด ลูกใต้ใบ อย่างละเท่ากันนำมาต้มกิน
ช่วยบำรุงไต รักษาโรคไต
เมล็ดใช้เป็นยาสมานแผล
ช่วยแก้หกล้มแล้วเป็นบาดแผล ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 60 กรัม นำมาต้มกับขาหมู 2 ขา แล้วผสมกับเหล้าเหลืองประมาณ 60 กรัม ใช้ต้มกับน้ำรับประทาน (รากแห้ง)
ทั้งต้นใช้รักษาแผลบวมเป็นหนอง
ช่วยรักษาแผลเรื้อรัง ด้วยการใช้ครอบฟันสีทั้ง 5 ส่วนนำมาต้มกินและนำมาใช้อาบ หรือนำมาประคบร่วมด้วย ในอินเดียใช้ดอกและใบ นำมาพอกรักษาฝีและแผลเรื้อรังต่าง ๆ ส่วนฟิลิปปินส์ใช้ใบนำมาต้มเอาน้ำใช้ชะล้างรักษาบาดแผลและแผลเรื้อรังชนิดต่าง ๆ หรือจะใช้ใบผสมน้ำใช้ล้างก็ได้เช่นกัน นอกจากจะช่วยรักษาแผลเรื้อรังแล้ว ยังช่วยรักษาแผลพุพองและแผลเบาหวานได้อีกด้วย โดยจะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น ทำให้คอลลาเจนมาเกาะที่แผลมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเรียงตัวและการเติบโตที่ดีขึ้น
ช่วยรักษาโรคเรื้อน
ช่วยแก้ฝีฝักบัว ด้วยการใช้เมล็ด 1 ช่อนำมาบดให้เป็นผงแล้วนำมาชงกับน้ำสุกอุ่น ๆ ใช้รับประทาน และให้ใช้ใบสดนำมาตำผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำตาลแดงก็ได้ แล้วนำมาพอกที่แผล (เมล็ด ใบสด)
ใบใช้ตำพอกบ่มหนองให้สุกไวและแตกเร็วขึ้น
ใช้เป็นยาแก้ฝีบวมแดง แก้อีสุกอีใส (เมล็ด ทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้อาการผดผื่นคันเนื่องจากอาการภูมิแพ้ ด้วยการใช้ทั้งต้นแห้งประมาณ 80 กรัม นำมาต้มกับเนื้อสันของหมูประมาณ 200 กรัม โดยต้มเป็นน้ำแกง ใช้รับประทานจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ (ทั้งต้นแห้ง)
ช่วยแก้อัมพาตแก้ลมเข้าข้อ ต้านเชื้อแบคทีเรีย
ช่วยแก้อาการข้อมือและข้อเท้าอักเสบ หรือเป็นแผลอักเสบที่ทำให้กล้ามเนื้อลีบ ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 30 กรัม นำมาผสมกับน้ำและเหล้าอย่างละเท่ากัน แล้วใช้ตุ๋นรับประทาน (รากแห้ง)
ใช้เป็นยาแก้ปวดในกระดูก ด้วยการใช้ครอบฟันสีทั้ง 5 ส่วนนำมาต้มกินและนำมาใช้อาบ หรือจะนำมาประคบร่วมด้วยก็ได้
ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ (เมล็ดแห้ง)
ทั้งต้น - รสชุ่ม สุขุม ไม่มีพิษ ใช้แก้ร้อน ชื้น ฟอกเลือด แก้ท้องร่วง หูอื้อ หูหนวก แผลบวมเป็นหนอง โรคเรื้อน ปัสสาวะขัด เจ็บ ขุ่น คางทูม ขับลม เลือดร้อน ราก - รสจืด ชุ่ม เย็น ใช้แก้ร้อน ชื้น ฟอกเลือด แก้ไอ หูหนวก หูชั้นกลางอักเสบ เหงือกอักเสบ คอตีบ ปวดท้อง ท้องร่วง ริดสีดวงทวาร ขับปัสสาวะ เมล็ด - ใช้แก้บิดมูกเลือด ฝีฝักบัว วิธีและปริมาณที่ใช้ : ทั้งต้นแห้ง 30- 60 กรัม ต้มน้ำดื่มหรือตุ๋นกับเนื้อไก่รับประทาน ใช้ภายนอก ตำพอก รากแห้ง 10- 15 กรัม ต้มน้ำดื่ม ใช้ภายนอก ตำพอก หรือต้มน้ำชะล้าง เมล็ดแห้ง 3.2 กรัม บดเป็นผงรับประทาน วันละ 3 ครั้ง ตำรับยา : แก้ผื่นคัน เนื่องจาการแพ้ ใช้ทั้งต้นแห้ง 30 กรัม ผสมกับเนื้อหมู (ไม่เอามัน) พอประมาณ ตุ๋นน้ำรับประทาน แก้ริดสีดวงทวาร ใช้ราก 150 กรัม ต้มเอาน้ำข้นๆ ดื่มประมาณ 1 ถ้วยชา ที่เหลืออุ่นเอาไอรมที่ก้นพออุ่นๆ ทนได้ ใช้รมวันละ 5-6 ครั้ง เอาน้ำอุ่นๆ ชะล้างแผล แก้หกล้ม เป็นบาดแผลหรือร่างกายอ่อนแอ ไม่มีกำลัง ใช้รากแห้ง 60 กรัม ต้มกับขาหมู 2 ขา ผสมกับเหล้าเหลือง 60 กรัม ต้มน้ำรับประทาน แก้ข้อมือข้อเท้าอักเสบ หรือแผลอักเสบที่ทำให้กล้ามเนื้อลีบ ใช้รากแห้ง 30 กรัม ผสมน้ำ และเหล้าอย่างละเท่าๆ กัน ตุ๋นรับประทาน แก้คอตีบ ใช้รากสด 30 กรัม ต้มน้ำดื่ม หรืออาจะเพิ่มรากหญ้าพันงู ( Achyranthes aspera L. A. Bidentata BL. A.longiforia Mak. ) สด กับรากว่านหางช้าง ( Belamcanda. Chinensis DC. ) สด พอสมควร ตำคั้นเอาน้ำมามาผสมกับปัสสาวะให้เด็กรับประทาน แก้หูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง ใช้รากแห้ง 15- 30 กรัม ข้าวเหนียว 1 ถ้วย หรือเนื้อหมูไม่ติดมัน หรือเต้าหู้แทนก็ได้ ในปริมาณสมควร ต้มน้ำรับประทาน ใช้แก้รากฟันเน่าเป็นหนอง ใช้รากแห้ง 15 กรัม ผสมน้ำตาลแดงพอสมควร ต้มน้ำดื่มหรือใช้รากแห้ง แช่น้ำส้มสายชู 1 ชั่วโมง แล้วเอาผ้าห่ออมไว้ในปากบ่อยๆ แก้บิดมูกเลือด ใช้เมล็ดคั่วให้เกรียม บดเป็นผง รับประทานพร้อมกับน้ำผึ้ง ครั้งละ 3.2 กรัม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร แก้ฝีฝักบัว ใช้เมล็ด 1 ช่อ บดเป็นผงชงน้ำสุกอุ่นๆ รับประทานแล้วเอาใบสดตำผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำตาลแดง พอกที่แผล สารเคมี : ทั้งต้น มี Flavonoid glycoside Phenols Amino acids น้ำตาล (พวก Flavonoid glycoside มี Gossypin Gossypitrin Cyanidin-3-rutinoside) ใบ มี Mucilage Tannins Organic acid Traces of asparagin และเถ้าที่ประกอบด้วย Alkaline sulphates Chlorides magnesium phosphate และ Calcium carbonate ราก มี Asparagin เมล็ด มีไขมันประมาณ 5% fatty acid ซึ่งมี Oleic acid 41.3% Linoleic acid 26.67% Linolenic acid 6.8% Stearic acid 11.17% Palmitic acid 5.08% Non-saponified matter ประมาณ 1.77% (ซึ่งเป็นพวก Sitosterol) กากเมล็ด ประกอบด้วย Raffinose (C18 H32 O16)
รากใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยแก้อาการร่างกายอ่อนแอไม่มีกำลัง ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 60 กรัม นำมาต้มกับขาหมู 2 ขา แล้วผสมกับเหล้าเหลืองประมาณ 60 กรัม ใช้ต้มกับน้ำรับประทาน (รากแห้ง)
ในอินโดจีนใช้ดอกอ่อนและเมล็ดเป็นยาบำรุง (เมล็ด ดอกอ่อน)
รากใช้เป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย
ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ต้น ราก ทั้งต้น)
ทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงโลหิต (ต้น ทั้งต้น)
ช่วยฟอกโลหิต (ทั้งต้น ราก)ขับโลหิตเสีย
ช่วยบำรุงปอด
ช่วยแก้โรคประสาท
ใบหรือทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้โรคเบาหวาน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือใช้ยอดสดยาว 1 คืบ จำนวน 15 ยอด นำมาต้มกับน้ำ 6 แก้วโอเลี้ยงจนเดือด ใช้ดื่มในขณะยังอุ่นจนหมด ติดต่อกันทุกวันประมาณ 2-3 อาทิตย์ บ้างก็ใช้ผลต้มกับน้ำดื่มครั้งละ 8-9 ผลต่อน้ำ 2 ลิตร หากน้ำตาลในเลือดลดลงแล้วให้ใช้เพียง 4-5 ผลต่อน้ำ 2 ลิตร ต้มดื่มต่างน้ำ จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ บ้างก็ว่าใช้ทั้ง 5 ส่วนของครอบฟันสีก็ใช้รักษาโรคเบาหวานได้ นอกจากน้ำตาลจะลดแล้วผู้ที่เป็นแผลเปื่อยจากเบาหวานก็หายด้วย (ผล ใบ ทั้งต้น)และยังมีการทดลองเพื่อทดสอบฤทธิ์ในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของสารสกัดจากใบครอบฟันสี ด้วยการป้อนสารสกัดในขนาด 500 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักหนู 1 กิโลกรัม พบว่าสารสกัดดังกล่าวจะใช้เวลาดูดซึมประมาณ 2 ชั่วโมง จึงจะออกฤทธิ์
ทั้งต้นใช้เป็นยารักษาโรคความดันโลหิต
ใช้เป็นยาแก้โรคลมบ้าหมูหรือโรคลมชัก ด้วยการใช้ทั้งต้นรวมรากนำมาต้มกับน้ำปริมาณพอสมควรจนเดือด แล้วนำมาดื่มในขณะยังอุ่นทุกวัน วันละ 2-3 ครั้ง ผู้ที่เพิ่งเป็นโรคดังกล่าวจะหายในเวลาไม่นาน แต่ถ้าเป็นนานเกิน 5 ปีแล้ว ต้องต้มดื่มติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 1 ปีจึงจะหาย
ใช้เป็นยาแก้อาการหูอื้อ
ช่วยแก้อาการหูหนวก (ทั้งต้น ราก)
ช่วยแก้อาการปวดหู ลมออกหู
ช่วยแก้อาการหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 15-30 กรัม ข้าวเหนียวปริมาณ 1 ถ้วย (หรือจะใช้เนื้อหมูไร้มันหรือเต้าหู้แทนข้าวเหนียวก็ได้) ในปริมาณพอสมควร ใช้ต้มกับน้ำรับประทาน (รากแห้ง)
ช่วยรักษาคางทูม
ช่วยแก้อาการเหงือกอักเสบ
ช่วยแก้อาการรากฟันเน่าและเป็นหนอง ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 15 กรัม นำมาผสมกับน้ำตาลแดงพอสมควร ใช้ต้มกับน้ำดื่ม หรือจะใช้รากแห้งนำมาแช่กับน้ำส้มสายชูประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วเอาผ้าห่อนำมาอมไว้ในปากบ่อย ๆ (รากแห้ง)
ใบใช้ขยี้นำมาอุดฟัน ช่วยแก้อาการปวดฟัน แก้อาการเหงือกอักเสบ
ช่วยแก้อาการเจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ อาการไอ และหลอดลมอักเสบ ด้วยการใช้รากนำมาทุบแล้วแช่กับน้ำส้มสายชูประมาณหนึ่งชั่วโมง จากนั้นนำมาอมจะทำให้อาการดีขึ้น ส่วนอีกวิธีแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ ให้ใช้ทั้งต้นสด 40-80 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน (ราก ทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้คอตีบ ด้วยการใช้รากสดประมาณ 30 กรัม นำมาต้มกับน้ำดื่ม หรืออาจจะเพิ่มรากว่านหางช้างสด 20 กรัม และรากหญ้าพันงูสด 20 กรัม นำมาตำคั้นเอาแต่น้ำผสมกับเหล้าขาวรับประทาน (รากสด)
รากมีรสจืด ชุ่ม และเย็น ส่วนต้นมีรสชุ่มและสุขุม สรรพคุณเป็นยาช่วยแก้อาการร้อน ชื้น (ทั้งต้น ราก)
ช่วยแก้เลือดร้อน
ทั้งต้นมีรสหวานเป็นยาสุขุม ออกฤทธิ์ต่อปอด กระเพาะอาหาร ลำไส้ และไต ใช้เป็นยาแก้หวัด ไอแห้ง ไข้ตัวร้อนไม่ยอมลด ช่วยกระจายลมร้อน ขับลมชื้น
ใช้เป็นยาแก้ไข้ ด้วยการใช้ครอบฟันสีทั้ง 5 ส่วนนำมาต้มกินและนำมาใช้อาบ (ทั้งต้น ราก) ช่วยลดไข้
รากใช้เป็นยารักษาโรคไข้ผอมเหลือง
รากเป็นยาเย็น มีรสหวานจืด ใช้เป็นยารักษาอาการไอ
ช่วยแก้หืด
ช่วยขับเสมหะ (เมล็ดแห้ง)
ช่วยละลายเสมหะ
ช่วยแก้อาการสะอึก
ช่วยแก้โรคเกี่ยวกับหลอดลมและน้ำดี แก้โรคลมและดีพิการ
ทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มช่วยขับลม (ต้นทั้งต้น)
ช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นเฟ้อ
ช่วยในการย่อยอาหาร (ต้น ทั้งต้น)
เมล็ดแห้งใช้กินประมาณ 3.5-7.5 กรัม ใช้เป็นยาระบายในคนที่เป็นริดสีดวงทวาร (เมล็ดแห้ง)
ดอกใช้เป็นยาฟอกลำไส้ให้สะอาด
ช่วยแก้อาการปวดท้อง แก้บิด
ช่วยแก้อาการท้องร่วง (ทั้งต้น ราก)
ช่วยแก้อาการบิดมูกเลือด บิดมูกขาว ด้วยการใช้เมล็ดนำมาคั่วให้เกรียมแล้วบดให้เป็นผง ใช้ครั้งละ 3-5 กรัม นำมาผสมกับน้ำผึ้งรับประทานก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง
ช่วยขับพยาธิในท้อง
ผงจากเมล็ดใช้ฆ่าพยาธิเส้นด้าย ด้วยการใช้ผงจากเมล็ดนำมาโปรยบนถ่านไฟ เอาควันมารมก้นเด็กที่เป็นพยาธิเส้นด้าย (เมล็ดแห้ง)
ช่วยขับปัสสาวะ (ราก ทั้งต้น) ช่วยแก้อาการปัสสาวะขัด เจ็บ ขุ่น ปัสสาวะกะปริบกะปรอยปวดแสบเวลาขับปัสสาวะ หรือที่เรียกว่าโรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยใช้ทั้งต้นสด 40-80 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทาน ใบหรือทั้งต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยแก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ (ใบ ทั้งต้น)บ้างก็ว่าเปลือกนั้นมีเมือก ที่นำมาใช้เป็นยาขับปัสสาวะได้เช่นกัน (เมือกจากเปลือก)ส่วนในอินโดจีนจะใช้ดอกอ่อนและเมล็ดเป็นยาขับปัสสาวะ และหล่อลื่น (เมล็ด ดอกอ่อน)และในอินเดียจะใช้ยาชงจากรากเป็นยาแก้อาการขัดเบาเป็นเลือด และยังระบุด้วยว่ารากและเปลือกนั้นมีฤทธิ์ขับปัสสาวะได้เป็นอย่างดี (ราก เปลือก)
ช่วยแก้อุจจาระกะปริบกะปรอย (เมล็ด ทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้รากประมาณ 100-150 กรัม นำมาต้มเอาน้ำข้น ๆ ดื่มประมาณ 1 ถ้วยชา วันละ 1-3 ครั้ง ส่วนกากเหลือให้นำมาต้มเป็นน้ำยาแล้วอบที่ทวารให้พออุ่น ๆ และพอทนได้ โดยให้อบวันละประมาณ 5-6 ครั้ง และเอาน้ำอุ่น ๆ มาชะล้างแผล
ช่วยขับระดูของสตรี
ใช้เป็นยาแก้มุตกิดสตรี หรืออาการปัสสาวะขุ่น เสียวในมดลูก มีอาการตกขาวและมีกลิ่นเหม็นคาว และมีอาการปวดบริเวณชายกระเบนเหน็บ
ช่วยรักษาโรคต่อมลูกหมากอักเสบ ด้วยการใช้สมุนไพรครอบจักรวาล รางจืด ลูกใต้ใบ อย่างละเท่ากันนำมาต้มกิน
ช่วยบำรุงไต รักษาโรคไต
เมล็ดใช้เป็นยาสมานแผล
ช่วยแก้หกล้มแล้วเป็นบาดแผล ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 60 กรัม นำมาต้มกับขาหมู 2 ขา แล้วผสมกับเหล้าเหลืองประมาณ 60 กรัม ใช้ต้มกับน้ำรับประทาน (รากแห้ง)
ทั้งต้นใช้รักษาแผลบวมเป็นหนอง
ช่วยรักษาแผลเรื้อรัง ด้วยการใช้ครอบฟันสีทั้ง 5 ส่วนนำมาต้มกินและนำมาใช้อาบ หรือนำมาประคบร่วมด้วย ในอินเดียใช้ดอกและใบ นำมาพอกรักษาฝีและแผลเรื้อรังต่าง ๆ ส่วนฟิลิปปินส์ใช้ใบนำมาต้มเอาน้ำใช้ชะล้างรักษาบาดแผลและแผลเรื้อรังชนิดต่าง ๆ หรือจะใช้ใบผสมน้ำใช้ล้างก็ได้เช่นกัน นอกจากจะช่วยรักษาแผลเรื้อรังแล้ว ยังช่วยรักษาแผลพุพองและแผลเบาหวานได้อีกด้วย โดยจะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น ทำให้คอลลาเจนมาเกาะที่แผลมากยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการเรียงตัวและการเติบโตที่ดีขึ้น
ช่วยรักษาโรคเรื้อน
ช่วยแก้ฝีฝักบัว ด้วยการใช้เมล็ด 1 ช่อนำมาบดให้เป็นผงแล้วนำมาชงกับน้ำสุกอุ่น ๆ ใช้รับประทาน และให้ใช้ใบสดนำมาตำผสมกับน้ำผึ้งหรือน้ำตาลแดงก็ได้ แล้วนำมาพอกที่แผล (เมล็ด ใบสด)
ใบใช้ตำพอกบ่มหนองให้สุกไวและแตกเร็วขึ้น
ใช้เป็นยาแก้ฝีบวมแดง แก้อีสุกอีใส (เมล็ด ทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้อาการผดผื่นคันเนื่องจากอาการภูมิแพ้ ด้วยการใช้ทั้งต้นแห้งประมาณ 80 กรัม นำมาต้มกับเนื้อสันของหมูประมาณ 200 กรัม โดยต้มเป็นน้ำแกง ใช้รับประทานจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ (ทั้งต้นแห้ง)
ช่วยแก้อัมพาตแก้ลมเข้าข้อ ต้านเชื้อแบคทีเรีย
ช่วยแก้อาการข้อมือและข้อเท้าอักเสบ หรือเป็นแผลอักเสบที่ทำให้กล้ามเนื้อลีบ ด้วยการใช้รากแห้งประมาณ 30 กรัม นำมาผสมกับน้ำและเหล้าอย่างละเท่ากัน แล้วใช้ตุ๋นรับประทาน (รากแห้ง)
ใช้เป็นยาแก้ปวดในกระดูก ด้วยการใช้ครอบฟันสีทั้ง 5 ส่วนนำมาต้มกินและนำมาใช้อาบ หรือจะนำมาประคบร่วมด้วยก็ได้
ช่วยกระตุ้นความรู้สึกทางเพศ (เมล็ดแห้ง)
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/