เข้าสู่ระบบ
Username ::  
Password ::  

ลืมรหัสผ่าน / สมัครสมาชิก

 ข้อมูลสมุนไพร

ผักคราดหัวแหวน
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Acmella oleracea  (L.) R.K.Jansen
ชื่อสามัญ : Para cress , Tooth-ache Plant
วงศ์ :  ASTERACEAE (COMPOSITAE)
ชื่ออื่น: ผักคราด ผักเผ็ด อึ้งฮวยเกี้ย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 
ไม้ล้มลุก สูง 30-40 ซม. ลำต้นมักทอดเลื้อย ปลายยอดตั้ง ต้นสีเขียวปนสีม่วงแดง มีขน ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม สลับตั้งฉาก รูปสามเหลี่ยม กว้าง 3-4 ซม. ยาว 3-6 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบจักฟันเลื่อย แผ่นใบสีเขียว มีขนประปรายทั้งสองด้าน ดอก ออกเป็นช่อรูปกรวยคว่ำ ตามซอกใบ ดอกสีเหลือง ผล เป็นผลแห้ง รูปไข่ ส่วนที่ใช้ : ราก ต้น ทั้งต้น ใบ ดอก (ราก ทั้งต้นสด เก็บได้ตลอดปี หรือตากแห้งเก็บเอาไว้ใช้)
สรรพคุณ : 
ราก - แก้ปวดฟัน แก้ปวดศีรษะ แก้คัน เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ ต้น - แก้พิษตานซาง แก้ไข้ แก้เจ็บคอ ฝีในคอ แก้ต่อมน้ำลายอักเสบ แก้ริดสีดวง ทั้งต้น - รสเผ็ด ซ่าปาก ทำให้ลิ้นและเยื่อเมือกชา แก้ต่อมน้ำลายอักเสบ - แก้ฝีในคอ แก้ไข้ คอตีบตัน แก้ซาง แก้คัน แก้ริดสีดวง แก้เริม - แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง แก้ไอ ระงับหอบ ไอหวัด ไอกรน หอบหืด - แก้เหงือกและฟันปวด แก้ปวดบวมฟกช้ำ แก้ไขข้ออักเสบจากลมขึ้น ( Rheumatic fever ) - แก้บิด ท้องเดิน - แก้แผลบวม มีพิษ งูพิษกัด สุนัขกัด ตะมอย ใบ - แก้ปวดฟัน แก้ปวดศีรษะ รักษาแผล มีฤทธิ์เป็นยาชา ดอก - แก้ปวดฟัน แก้ปวดศีรษะ วิธีและปริมาณที่ใช้ : ใช้รับประทานภายใน ต้มแห้งหนัก 3.2- 10 กรัม ต้มน้ำดื่ม หรือบดเป็นผงหนัก 0.7- 1 กรัม รับประทานกับน้ำ หรือผสมกับเหล้ารับประทาน ใช้ทาภายนอก ต้นสดตำพอก หรือเอาน้ำทาถู ใช้ต้นสด 1 ต้น ตำให้ละเอียด เติมเกลือ 10 เม็ด คั้นน้ำ ใช้สำลีพันไม้ชุบน้ำยาจิ้มลงในซอกฟัน ทำให้หายปวดฟันได้ สารเคมี : ทั้งต้น พบ Sitosterol-O-Beta-D-glucoside Alpha- และ Beta-Amyrin ester Stigmasterol Spiranthol Spilantol lsobutylamine
ต้นสดมีรสเผ็ดร้อน ช่วยทำให้เจริญอาหาร ส่วนดอกก็มีรสเผ็ดร้อน ช่วยในการเจริญอาหาร ช่วยกระตุ้นและเรียกน้ำลายได้เช่นกัน
ใช้เป็นอาหารบำรุงธาตุสำหรับสตรีหลังคลอดบุตรและมีอาการวิงเวียนศีรษะ
ทั้งต้นมีรสเอียนและเบื่อเล็กน้อย ช่วยแก้พิษตานซางได้ (ต้น ทั้งต้น ราก)
ช่วยแก้เด็กร้องไห้ ซางวันจันทร์ รักษาซางน้ำ ซางแดง
ดอกช่วยรักษารำมะนาด
ช่วยรักษาดีซ่าน ด้วยการใช้ผักคราดและเฟิร์นเงินอย่างละ 1 ตำลึง นำมาต้มกินวันละ 2 ครั้ง (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ใบมีรสหวาน ขมเอียน เบื่อเล็กน้อย และชาลิ้น ช่วยแก้อาการผอมเหลือง (ใบ ทั้งต้น)
ช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ
ช่วยแก้อาการตาฟาง
ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ (ดอก ใบ ราก)แก้มึน
11.ดอกเมื่อนำมาใช้ผสมกับตำรับยาสมุนไพรอื่น จะมีสรรพคุณช่วยแก้ลมตะกังหรืออาการปวดหัวข้างเดียวได้
ช่วยแก้อาการเด็กตัวร้อน (ใบ ทั้งต้น)
ผักคราดหัวแหวนมีสาร Spilanthol ที่มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อปรสิตที่อยู่ในกระแสเลือดอย่างเชื้อมาลาเรีย โดยไม่มีพิษต่อคน จึงมีแนวโน้มว่าการรับประทานผักคราดหัวแหวนจะช่วยป้องกันโรคมาลาเรียได้ (ใบ ดอก)
ผลนำมาใช้เป็นยาแก้ร้อนในได้
ช่วยแก้ไข้ (ต้น ทั้งต้น)แก้ไข้จับสั่น ด้วยการใช้ผักคราดนำมาต้มใส่น้ำตาลแดง (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
แก้ตัวร้อน ด้วยการใช้ผักคราดและเฟิร์นเงินอย่างละ 1 ตำลึง นำมาต้มกินวันละ 2 ครั้ง (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ช่วยแก้อาการหอบไอ ระงับอาการหอบ
ช่วยแก้อาการไอ ไอหวัด ไอกรน
ช่วยแก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ด้วยการใช้ต้นแห้งนำมาบดเป็นผง ทำเป็นยาน้ำเชื่อม (ในน้ำเชื่อม 10 มิลลิลิตร ให้มีเนื้อยา 3.2 กรัม) ใช้รับประทานหลังอาหารครั้งละ 30 มิลลิเมตร วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 10 วัน
ช่วยแก้ปอดบวม
ทั้งต้นใช้ต้มดื่มช่วยแก้อาการชอกช้ำภายในทรวงอก
ดอกมีรสเผ็ดและชาลิ้น ใช้เป็นยาขับน้ำลายได้
เมล็ดใช้เคี้ยวเป็นยาแก้อาการปากแห้งและเป็นยาขับน้ำลายได้
ช่วยแก้โรคในคอ รักษาแผลในปากและคอ
ต้นสดนำมาตำผสมเหล้าหรือน้ำส้มสายชู แล้วนำมาอมแก้ฝีในคอได้
ทั้งต้นใช้ตำผสมกับเหล้าโรง ชุบด้วยสำลี แล้วนำมาอมแก้คออักเสบ อาการคันคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ และช่วยแก้ฝีในคอ (ต้น ทั้งต้น)
ช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยแก้หรือลดอาการปวดฟันและฟันผุ ด้วยการใช้ดอกผักคราดตำกับเกลือแล้วนำมาอมหรือกัดไว้บริเวณที่มีอาการปวดฟัน หรือจะใช้ดอกนำมาตำผสมกับเหล้าโรงเล็กน้อย ชุบด้วยสำลีแล้วนำมาอุดรูฟันที่มีอาการปวด หรือจะใช้ใบนำมาเคี้ยวเป็นยาแก้ปวดฟัน ยาชาได้ หรือจะใช้ต้นสดนำมาตำผสมกับเหล้าหรือน้ำส้มสายชูแล้วอมแก้อาการ หรืออีกวิธีให้ใช้ต้นสดนำมาตำแล้วพอกหรือเอาน้ำมาทาถูนวด โดยใช้ต้นสด 1 ต้นที่ตำละเอียดแล้ว เติมเกลือ 10 เม็ด คั้นน้ำ แล้วใช้สำลีพันไม้ชุบน้ำยาจิ้มลงในซอกฟัน จะทำให้หายปวดฟันได้ หรือใช้รากนำมาเคี้ยวแก้อาการปวดฟันก็ได้ ส่วนทั้งต้นก็มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดเหงือกปวดฟันได้ด้วย sup>
ช่วยรักษาแมงกินฟัน
น้ำต้มรากใช้เป็นยาบ้วนปาก แก้อาการอักเสบในช่องปาก แก้อาการอักเสบ และแก้เจ็บคอ (ราก ต้น)
ช่วยแก้คอตีบตัน
ช่วยแก้โรคลิ้นเป็นอัมพาต
ช่วยรักษาโรคติดอ่างในเด็ก
ช่วยรักษาต่อมน้ำลายอักเสบ ด้วยการใช้ต้นตำผสมเหล้าหรือน้ำส้มสายชูแล้วนำมาอม (ต้น ทั้งต้น)
ช่วยแก้อาการสำรอกในเด็ก
ช่วยในการย่อยอาหาร
ช่วยแก้บิด
ช่วยแก้ท้องเดิน
น้ำต้มรากมีรสเอียนและเบื่อเล็กน้อย ใช้เป็นยาถ่าย
รากใช้เป็นยาระบาย
รากใช้เป็นยาถ่าย โดยใช้รากแห้ง 4-8 กรัม ต้มในน้ำ 1 ถ้วยแล้วนำมาดื่ม หรือใช้ใบเป็นยาถ่ายสำหรับเด็ก
ช่วยขับลมในลำไส้
ใบใช้เป็นยาผายลมในเด็ก ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
ช่วยแก้อาการท้องผูก
ใช้เป็นยาแก้ปวดประจำเดือนที่ดีชนิดหนึ่ง ด้วยการคั้นเอาน้ำจากต้นสดและผสมกับน้ำผึ้งใช้รับประทาน หรือจะใช้ต้นสดผสมกับน้ำมะนาวทำเป็นยาลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทรา ใช้กินหลังอาหารครั้งละ 1 เม็ด
รากเมื่อนำมาใช่ร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ จะมีสรรพคุณเป็นยาแก้ระดูมาไม่ปกติของสตรี
ทั้งต้นนำมาชงดื่มเป็นยาช่วยขับปัสสาวะได้ (ทั้งต้น ราก)
ดอกเมื่อนำไปผสมกับตำรับยาอื่น ๆ จะช่วยแก้องคชาตตาย
ช่วยแก้พิษตามทวาร
ช่วยรักษาริดสีดวง (ใบ ต้น ทั้งต้น)
ช่วยรักษาเริม
ช่วยแก้อาการตกเลือด
ช่วยแก้อาการตับอักเสบ ด้วยการใช้ผักคราดและเฟิร์นเงินอย่างละ 1 ตำลึง นำมาต้มกินวันละ 2 ครั้ง (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ช่วยรักษาผิวหนังเป็นฝีหรือเป็นตุ่มพิษ ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาตำกับเหล้าแล้วนำมาพอกหรือทาบริเวณที่เป็น
ช่วยแก้ฝีดาษ
ช่วยแก้ไฟลามทุ่ง ด้วยการใช้ใบและลำต้นนำมาตำให้ละเอียด ผสมกับเหล้าโรง ใช้รับประทานวันละ 1 ครั้ง ส่วนกากที่เหลือใช้พอกบริเวณที่เป็นได้ตลอดวัน (ใบ ต้น)
ช่วยแก้อาการคัน (ราก ทั้งต้น)
ช่วยรักษาแผล ตำพอกแผลและแผลเนื้อเป็น รักษาแผลเรื้อรังหายยากด้วยการใช้ผักคราดหัวแหวน นำมาตำให้แหลก เอาน้ำผสมน้ำมันชันแล้วนำมาใช้ทาหรือพอก (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ใช้เป็นยาห้ามเลือดได้เป็นอย่างดี เมื่อเกิดบาดแผล ใช้จะขยี้หรือตำต้นสดเพื่อใช้พอกแผลแล้วเลือดจะหยุดไหล
ช่วยแก้แผลพุพอง
ตำพอกแก้พิษปวดบวม แผลบวม แก้งูพิษกัด สุนัขกัด ตะมอย
ช่วยรักษาไขข้ออักเสบ ไขข้ออักเสบจากลมขึ้น (Rheumatic fever)
ช่วยลดอาการปวดบวมกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้ปวดบวม ฟกช้ำบวม ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาตำให้แหลก แล้วเหยาะน้ำเปล่าพอชุ่ม ใช้พอกบริเวณที่มีอาการปวด หรือจะใช้ทำเป็นลูกประคบ หรือใส่ในยาอบร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ก็ได้
ช่วยแก้อัมพฤกษ์ อัมพาต และอาการเหน็บชา โดยจะใช้ผักคราดหัวแหวนร่วมกับพริกไทยและหัวอุตพิดอย่างละเท่า ๆ กัน ผสมกับน้ำมันพืชแล้วนำมาทา
ใช้เป็นยารักษากระดูกหัก กระดูกแตก ด้วยการใช้ผักคราดนำมาตำรวมกับตะไคร้แล้วนำมาพอกกระดูก เปลี่ยนยาทุก ๆ 6 วัน เมื่อครบ 41 วัน กระดูกจะต่อกันติด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผักชนิดนี้มีฤทธิ์ร้อน จึงทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณที่พอกมากขึ้น อีกทั้งยังมีฤทธิ์แก้อักเสบ จึงอาจช่วยในเรื่องกระดูกหักได้
ช่วยแก้อาการเจ็บปวดสีข้าง ด้วยการใช้ผักคราดหัวแหวน 1 ตำลึง ต้มกับหมูเนื้อสันชงกับเหล้ารับประทาน (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ทั้งต้นใช้ต้มดื่มแก้อาการปวดท้องหลังคลอดได้
ผักคราดหัวแหวนยังนิยมนำไปใส่ในยาอบหรือยาอาบหลังคลอดบุตร ด้วยการใช้ร่วมกับใบหนาดใหญ่และใบมะขาม เพื่อช่วยบำรุงเลือดลมของสตรีให้ทำงานอย่างเป็นปกติ
จากงานวิจัยพบว่าผักคราดหัวแหวนมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ต้านยีสต์ ช่วยยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ เพิ่มฤทธิ์ของฮิสตามีนในการทำให้ลำไส้หดเกร็ง ช่วยลดความดันโลหิต ปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกัน ฆ่ายุงและลูกน้ำยุง ทำให้ชัก มีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ แก้อาการปวด ลดความแรงและความถี่ของการบีบตัวของหัวใจห้องบน ช่วยยับยั้งการหดตัวของมดลูกที่เหนี่ยวนำด้วย Oxytocin
ราก - แก้ปวดฟัน แก้ปวดศีรษะ แก้คัน เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ ต้น - แก้พิษตานซาง แก้ไข้ แก้เจ็บคอ ฝีในคอ แก้ต่อมน้ำลายอักเสบ แก้ริดสีดวง ทั้งต้น - รสเผ็ด ซ่าปาก ทำให้ลิ้นและเยื่อเมือกชา แก้ต่อมน้ำลายอักเสบ - แก้ฝีในคอ แก้ไข้ คอตีบตัน แก้ซาง แก้คัน แก้ริดสีดวง แก้เริม - แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง แก้ไอ ระงับหอบ ไอหวัด ไอกรน หอบหืด - แก้เหงือกและฟันปวด แก้ปวดบวมฟกช้ำ แก้ไขข้ออักเสบจากลมขึ้น ( Rheumatic fever ) - แก้บิด ท้องเดิน - แก้แผลบวม มีพิษ งูพิษกัด สุนัขกัด ตะมอย ใบ - แก้ปวดฟัน แก้ปวดศีรษะ รักษาแผล มีฤทธิ์เป็นยาชา ดอก - แก้ปวดฟัน แก้ปวดศีรษะ วิธีและปริมาณที่ใช้ : ใช้รับประทานภายใน ต้มแห้งหนัก 3.2- 10 กรัม ต้มน้ำดื่ม หรือบดเป็นผงหนัก 0.7- 1 กรัม รับประทานกับน้ำ หรือผสมกับเหล้ารับประทาน ใช้ทาภายนอก ต้นสดตำพอก หรือเอาน้ำทาถู ใช้ต้นสด 1 ต้น ตำให้ละเอียด เติมเกลือ 10 เม็ด คั้นน้ำ ใช้สำลีพันไม้ชุบน้ำยาจิ้มลงในซอกฟัน ทำให้หายปวดฟันได้ สารเคมี : ทั้งต้น พบ Sitosterol-O-Beta-D-glucoside Alpha- และ Beta-Amyrin ester Stigmasterol Spiranthol Spilantol lsobutylamine
ต้นสดมีรสเผ็ดร้อน ช่วยทำให้เจริญอาหาร ส่วนดอกก็มีรสเผ็ดร้อน ช่วยในการเจริญอาหาร ช่วยกระตุ้นและเรียกน้ำลายได้เช่นกัน
ใช้เป็นอาหารบำรุงธาตุสำหรับสตรีหลังคลอดบุตรและมีอาการวิงเวียนศีรษะ
ทั้งต้นมีรสเอียนและเบื่อเล็กน้อย ช่วยแก้พิษตานซางได้ (ต้น ทั้งต้น ราก)
ช่วยแก้เด็กร้องไห้ ซางวันจันทร์ รักษาซางน้ำ ซางแดง
ดอกช่วยรักษารำมะนาด
ช่วยรักษาดีซ่าน ด้วยการใช้ผักคราดและเฟิร์นเงินอย่างละ 1 ตำลึง นำมาต้มกินวันละ 2 ครั้ง (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ใบมีรสหวาน ขมเอียน เบื่อเล็กน้อย และชาลิ้น ช่วยแก้อาการผอมเหลือง (ใบ ทั้งต้น)
ช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ
ช่วยแก้อาการตาฟาง
ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ (ดอก ใบ ราก)แก้มึน
11.ดอกเมื่อนำมาใช้ผสมกับตำรับยาสมุนไพรอื่น จะมีสรรพคุณช่วยแก้ลมตะกังหรืออาการปวดหัวข้างเดียวได้
ช่วยแก้อาการเด็กตัวร้อน (ใบ ทั้งต้น)
ผักคราดหัวแหวนมีสาร Spilanthol ที่มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อปรสิตที่อยู่ในกระแสเลือดอย่างเชื้อมาลาเรีย โดยไม่มีพิษต่อคน จึงมีแนวโน้มว่าการรับประทานผักคราดหัวแหวนจะช่วยป้องกันโรคมาลาเรียได้ (ใบ ดอก)
ผลนำมาใช้เป็นยาแก้ร้อนในได้
ช่วยแก้ไข้ (ต้น ทั้งต้น)แก้ไข้จับสั่น ด้วยการใช้ผักคราดนำมาต้มใส่น้ำตาลแดง (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
แก้ตัวร้อน ด้วยการใช้ผักคราดและเฟิร์นเงินอย่างละ 1 ตำลึง นำมาต้มกินวันละ 2 ครั้ง (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ช่วยแก้อาการหอบไอ ระงับอาการหอบ
ช่วยแก้อาการไอ ไอหวัด ไอกรน
ช่วยแก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ด้วยการใช้ต้นแห้งนำมาบดเป็นผง ทำเป็นยาน้ำเชื่อม (ในน้ำเชื่อม 10 มิลลิลิตร ให้มีเนื้อยา 3.2 กรัม) ใช้รับประทานหลังอาหารครั้งละ 30 มิลลิเมตร วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 10 วัน
ช่วยแก้ปอดบวม
ทั้งต้นใช้ต้มดื่มช่วยแก้อาการชอกช้ำภายในทรวงอก
ดอกมีรสเผ็ดและชาลิ้น ใช้เป็นยาขับน้ำลายได้
เมล็ดใช้เคี้ยวเป็นยาแก้อาการปากแห้งและเป็นยาขับน้ำลายได้
ช่วยแก้โรคในคอ รักษาแผลในปากและคอ
ต้นสดนำมาตำผสมเหล้าหรือน้ำส้มสายชู แล้วนำมาอมแก้ฝีในคอได้
ทั้งต้นใช้ตำผสมกับเหล้าโรง ชุบด้วยสำลี แล้วนำมาอมแก้คออักเสบ อาการคันคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ และช่วยแก้ฝีในคอ (ต้น ทั้งต้น)
ช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยแก้หรือลดอาการปวดฟันและฟันผุ ด้วยการใช้ดอกผักคราดตำกับเกลือแล้วนำมาอมหรือกัดไว้บริเวณที่มีอาการปวดฟัน หรือจะใช้ดอกนำมาตำผสมกับเหล้าโรงเล็กน้อย ชุบด้วยสำลีแล้วนำมาอุดรูฟันที่มีอาการปวด หรือจะใช้ใบนำมาเคี้ยวเป็นยาแก้ปวดฟัน ยาชาได้ หรือจะใช้ต้นสดนำมาตำผสมกับเหล้าหรือน้ำส้มสายชูแล้วอมแก้อาการ หรืออีกวิธีให้ใช้ต้นสดนำมาตำแล้วพอกหรือเอาน้ำมาทาถูนวด โดยใช้ต้นสด 1 ต้นที่ตำละเอียดแล้ว เติมเกลือ 10 เม็ด คั้นน้ำ แล้วใช้สำลีพันไม้ชุบน้ำยาจิ้มลงในซอกฟัน จะทำให้หายปวดฟันได้ หรือใช้รากนำมาเคี้ยวแก้อาการปวดฟันก็ได้ ส่วนทั้งต้นก็มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดเหงือกปวดฟันได้ด้วย sup>
ช่วยรักษาแมงกินฟัน
น้ำต้มรากใช้เป็นยาบ้วนปาก แก้อาการอักเสบในช่องปาก แก้อาการอักเสบ และแก้เจ็บคอ (ราก ต้น)
ช่วยแก้คอตีบตัน
ช่วยแก้โรคลิ้นเป็นอัมพาต
ช่วยรักษาโรคติดอ่างในเด็ก
ช่วยรักษาต่อมน้ำลายอักเสบ ด้วยการใช้ต้นตำผสมเหล้าหรือน้ำส้มสายชูแล้วนำมาอม (ต้น ทั้งต้น)
ช่วยแก้อาการสำรอกในเด็ก
ช่วยในการย่อยอาหาร
ช่วยแก้บิด
ช่วยแก้ท้องเดิน
น้ำต้มรากมีรสเอียนและเบื่อเล็กน้อย ใช้เป็นยาถ่าย
รากใช้เป็นยาระบาย
รากใช้เป็นยาถ่าย โดยใช้รากแห้ง 4-8 กรัม ต้มในน้ำ 1 ถ้วยแล้วนำมาดื่ม หรือใช้ใบเป็นยาถ่ายสำหรับเด็ก
ช่วยขับลมในลำไส้
ใบใช้เป็นยาผายลมในเด็ก ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
ช่วยแก้อาการท้องผูก
ใช้เป็นยาแก้ปวดประจำเดือนที่ดีชนิดหนึ่ง ด้วยการคั้นเอาน้ำจากต้นสดและผสมกับน้ำผึ้งใช้รับประทาน หรือจะใช้ต้นสดผสมกับน้ำมะนาวทำเป็นยาลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทรา ใช้กินหลังอาหารครั้งละ 1 เม็ด
รากเมื่อนำมาใช่ร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ จะมีสรรพคุณเป็นยาแก้ระดูมาไม่ปกติของสตรี
ทั้งต้นนำมาชงดื่มเป็นยาช่วยขับปัสสาวะได้ (ทั้งต้น ราก)
ดอกเมื่อนำไปผสมกับตำรับยาอื่น ๆ จะช่วยแก้องคชาตตาย
ช่วยแก้พิษตามทวาร
ช่วยรักษาริดสีดวง (ใบ ต้น ทั้งต้น)
ช่วยรักษาเริม
ช่วยแก้อาการตกเลือด
ช่วยแก้อาการตับอักเสบ ด้วยการใช้ผักคราดและเฟิร์นเงินอย่างละ 1 ตำลึง นำมาต้มกินวันละ 2 ครั้ง (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ช่วยรักษาผิวหนังเป็นฝีหรือเป็นตุ่มพิษ ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาตำกับเหล้าแล้วนำมาพอกหรือทาบริเวณที่เป็น
ช่วยแก้ฝีดาษ
ช่วยแก้ไฟลามทุ่ง ด้วยการใช้ใบและลำต้นนำมาตำให้ละเอียด ผสมกับเหล้าโรง ใช้รับประทานวันละ 1 ครั้ง ส่วนกากที่เหลือใช้พอกบริเวณที่เป็นได้ตลอดวัน (ใบ ต้น)
ช่วยแก้อาการคัน (ราก ทั้งต้น)
ช่วยรักษาแผล ตำพอกแผลและแผลเนื้อเป็น รักษาแผลเรื้อรังหายยากด้วยการใช้ผักคราดหัวแหวน นำมาตำให้แหลก เอาน้ำผสมน้ำมันชันแล้วนำมาใช้ทาหรือพอก (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ใช้เป็นยาห้ามเลือดได้เป็นอย่างดี เมื่อเกิดบาดแผล ใช้จะขยี้หรือตำต้นสดเพื่อใช้พอกแผลแล้วเลือดจะหยุดไหล
ช่วยแก้แผลพุพอง
ตำพอกแก้พิษปวดบวม แผลบวม แก้งูพิษกัด สุนัขกัด ตะมอย
ช่วยรักษาไขข้ออักเสบ ไขข้ออักเสบจากลมขึ้น (Rheumatic fever)
ช่วยลดอาการปวดบวมกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้ปวดบวม ฟกช้ำบวม ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาตำให้แหลก แล้วเหยาะน้ำเปล่าพอชุ่ม ใช้พอกบริเวณที่มีอาการปวด หรือจะใช้ทำเป็นลูกประคบ หรือใส่ในยาอบร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ก็ได้
ช่วยแก้อัมพฤกษ์ อัมพาต และอาการเหน็บชา โดยจะใช้ผักคราดหัวแหวนร่วมกับพริกไทยและหัวอุตพิดอย่างละเท่า ๆ กัน ผสมกับน้ำมันพืชแล้วนำมาทา
ใช้เป็นยารักษากระดูกหัก กระดูกแตก ด้วยการใช้ผักคราดนำมาตำรวมกับตะไคร้แล้วนำมาพอกกระดูก เปลี่ยนยาทุก ๆ 6 วัน เมื่อครบ 41 วัน กระดูกจะต่อกันติด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผักชนิดนี้มีฤทธิ์ร้อน จึงทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณที่พอกมากขึ้น อีกทั้งยังมีฤทธิ์แก้อักเสบ จึงอาจช่วยในเรื่องกระดูกหักได้
ช่วยแก้อาการเจ็บปวดสีข้าง ด้วยการใช้ผักคราดหัวแหวน 1 ตำลึง ต้มกับหมูเนื้อสันชงกับเหล้ารับประทาน (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ทั้งต้นใช้ต้มดื่มแก้อาการปวดท้องหลังคลอดได้
ผักคราดหัวแหวนยังนิยมนำไปใส่ในยาอบหรือยาอาบหลังคลอดบุตร ด้วยการใช้ร่วมกับใบหนาดใหญ่และใบมะขาม เพื่อช่วยบำรุงเลือดลมของสตรีให้ทำงานอย่างเป็นปกติ
จากงานวิจัยพบว่าผักคราดหัวแหวนมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ต้านยีสต์ ช่วยยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ เพิ่มฤทธิ์ของฮิสตามีนในการทำให้ลำไส้หดเกร็ง ช่วยลดความดันโลหิต ปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกัน ฆ่ายุงและลูกน้ำยุง ทำให้ชัก มีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ แก้อาการปวด ลดความแรงและความถี่ของการบีบตัวของหัวใจห้องบน ช่วยยับยั้งการหดตัวของมดลูกที่เหนี่ยวนำด้วย Oxytocin
ราก - แก้ปวดฟัน แก้ปวดศีรษะ แก้คัน เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ ต้น - แก้พิษตานซาง แก้ไข้ แก้เจ็บคอ ฝีในคอ แก้ต่อมน้ำลายอักเสบ แก้ริดสีดวง ทั้งต้น - รสเผ็ด ซ่าปาก ทำให้ลิ้นและเยื่อเมือกชา แก้ต่อมน้ำลายอักเสบ - แก้ฝีในคอ แก้ไข้ คอตีบตัน แก้ซาง แก้คัน แก้ริดสีดวง แก้เริม - แก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง แก้ไอ ระงับหอบ ไอหวัด ไอกรน หอบหืด - แก้เหงือกและฟันปวด แก้ปวดบวมฟกช้ำ แก้ไขข้ออักเสบจากลมขึ้น ( Rheumatic fever ) - แก้บิด ท้องเดิน - แก้แผลบวม มีพิษ งูพิษกัด สุนัขกัด ตะมอย ใบ - แก้ปวดฟัน แก้ปวดศีรษะ รักษาแผล มีฤทธิ์เป็นยาชา ดอก - แก้ปวดฟัน แก้ปวดศีรษะ วิธีและปริมาณที่ใช้ : ใช้รับประทานภายใน ต้มแห้งหนัก 3.2- 10 กรัม ต้มน้ำดื่ม หรือบดเป็นผงหนัก 0.7- 1 กรัม รับประทานกับน้ำ หรือผสมกับเหล้ารับประทาน ใช้ทาภายนอก ต้นสดตำพอก หรือเอาน้ำทาถู ใช้ต้นสด 1 ต้น ตำให้ละเอียด เติมเกลือ 10 เม็ด คั้นน้ำ ใช้สำลีพันไม้ชุบน้ำยาจิ้มลงในซอกฟัน ทำให้หายปวดฟันได้ สารเคมี : ทั้งต้น พบ Sitosterol-O-Beta-D-glucoside Alpha- และ Beta-Amyrin ester Stigmasterol Spiranthol Spilantol lsobutylamine
ต้นสดมีรสเผ็ดร้อน ช่วยทำให้เจริญอาหาร ส่วนดอกก็มีรสเผ็ดร้อน ช่วยในการเจริญอาหาร ช่วยกระตุ้นและเรียกน้ำลายได้เช่นกัน
ใช้เป็นอาหารบำรุงธาตุสำหรับสตรีหลังคลอดบุตรและมีอาการวิงเวียนศีรษะ
ทั้งต้นมีรสเอียนและเบื่อเล็กน้อย ช่วยแก้พิษตานซางได้ (ต้น ทั้งต้น ราก)
ช่วยแก้เด็กร้องไห้ ซางวันจันทร์ รักษาซางน้ำ ซางแดง
ดอกช่วยรักษารำมะนาด
ช่วยรักษาดีซ่าน ด้วยการใช้ผักคราดและเฟิร์นเงินอย่างละ 1 ตำลึง นำมาต้มกินวันละ 2 ครั้ง (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ใบมีรสหวาน ขมเอียน เบื่อเล็กน้อย และชาลิ้น ช่วยแก้อาการผอมเหลือง (ใบ ทั้งต้น)
ช่วยแก้โลหิตเป็นพิษ
ช่วยแก้อาการตาฟาง
ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ (ดอก ใบ ราก)แก้มึน
11.ดอกเมื่อนำมาใช้ผสมกับตำรับยาสมุนไพรอื่น จะมีสรรพคุณช่วยแก้ลมตะกังหรืออาการปวดหัวข้างเดียวได้
ช่วยแก้อาการเด็กตัวร้อน (ใบ ทั้งต้น)
ผักคราดหัวแหวนมีสาร Spilanthol ที่มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อปรสิตที่อยู่ในกระแสเลือดอย่างเชื้อมาลาเรีย โดยไม่มีพิษต่อคน จึงมีแนวโน้มว่าการรับประทานผักคราดหัวแหวนจะช่วยป้องกันโรคมาลาเรียได้ (ใบ ดอก)
ผลนำมาใช้เป็นยาแก้ร้อนในได้
ช่วยแก้ไข้ (ต้น ทั้งต้น)แก้ไข้จับสั่น ด้วยการใช้ผักคราดนำมาต้มใส่น้ำตาลแดง (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
แก้ตัวร้อน ด้วยการใช้ผักคราดและเฟิร์นเงินอย่างละ 1 ตำลึง นำมาต้มกินวันละ 2 ครั้ง (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ช่วยแก้อาการหอบไอ ระงับอาการหอบ
ช่วยแก้อาการไอ ไอหวัด ไอกรน
ช่วยแก้หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ด้วยการใช้ต้นแห้งนำมาบดเป็นผง ทำเป็นยาน้ำเชื่อม (ในน้ำเชื่อม 10 มิลลิลิตร ให้มีเนื้อยา 3.2 กรัม) ใช้รับประทานหลังอาหารครั้งละ 30 มิลลิเมตร วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 10 วัน
ช่วยแก้ปอดบวม
ทั้งต้นใช้ต้มดื่มช่วยแก้อาการชอกช้ำภายในทรวงอก
ดอกมีรสเผ็ดและชาลิ้น ใช้เป็นยาขับน้ำลายได้
เมล็ดใช้เคี้ยวเป็นยาแก้อาการปากแห้งและเป็นยาขับน้ำลายได้
ช่วยแก้โรคในคอ รักษาแผลในปากและคอ
ต้นสดนำมาตำผสมเหล้าหรือน้ำส้มสายชู แล้วนำมาอมแก้ฝีในคอได้
ทั้งต้นใช้ตำผสมกับเหล้าโรง ชุบด้วยสำลี แล้วนำมาอมแก้คออักเสบ อาการคันคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ และช่วยแก้ฝีในคอ (ต้น ทั้งต้น)
ช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยแก้หรือลดอาการปวดฟันและฟันผุ ด้วยการใช้ดอกผักคราดตำกับเกลือแล้วนำมาอมหรือกัดไว้บริเวณที่มีอาการปวดฟัน หรือจะใช้ดอกนำมาตำผสมกับเหล้าโรงเล็กน้อย ชุบด้วยสำลีแล้วนำมาอุดรูฟันที่มีอาการปวด หรือจะใช้ใบนำมาเคี้ยวเป็นยาแก้ปวดฟัน ยาชาได้ หรือจะใช้ต้นสดนำมาตำผสมกับเหล้าหรือน้ำส้มสายชูแล้วอมแก้อาการ หรืออีกวิธีให้ใช้ต้นสดนำมาตำแล้วพอกหรือเอาน้ำมาทาถูนวด โดยใช้ต้นสด 1 ต้นที่ตำละเอียดแล้ว เติมเกลือ 10 เม็ด คั้นน้ำ แล้วใช้สำลีพันไม้ชุบน้ำยาจิ้มลงในซอกฟัน จะทำให้หายปวดฟันได้ หรือใช้รากนำมาเคี้ยวแก้อาการปวดฟันก็ได้ ส่วนทั้งต้นก็มีสรรพคุณช่วยแก้อาการปวดเหงือกปวดฟันได้ด้วย sup>
ช่วยรักษาแมงกินฟัน
น้ำต้มรากใช้เป็นยาบ้วนปาก แก้อาการอักเสบในช่องปาก แก้อาการอักเสบ และแก้เจ็บคอ (ราก ต้น)
ช่วยแก้คอตีบตัน
ช่วยแก้โรคลิ้นเป็นอัมพาต
ช่วยรักษาโรคติดอ่างในเด็ก
ช่วยรักษาต่อมน้ำลายอักเสบ ด้วยการใช้ต้นตำผสมเหล้าหรือน้ำส้มสายชูแล้วนำมาอม (ต้น ทั้งต้น)
ช่วยแก้อาการสำรอกในเด็ก
ช่วยในการย่อยอาหาร
ช่วยแก้บิด
ช่วยแก้ท้องเดิน
น้ำต้มรากมีรสเอียนและเบื่อเล็กน้อย ใช้เป็นยาถ่าย
รากใช้เป็นยาระบาย
รากใช้เป็นยาถ่าย โดยใช้รากแห้ง 4-8 กรัม ต้มในน้ำ 1 ถ้วยแล้วนำมาดื่ม หรือใช้ใบเป็นยาถ่ายสำหรับเด็ก
ช่วยขับลมในลำไส้
ใบใช้เป็นยาผายลมในเด็ก ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ
ช่วยแก้อาการท้องผูก
ใช้เป็นยาแก้ปวดประจำเดือนที่ดีชนิดหนึ่ง ด้วยการคั้นเอาน้ำจากต้นสดและผสมกับน้ำผึ้งใช้รับประทาน หรือจะใช้ต้นสดผสมกับน้ำมะนาวทำเป็นยาลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทรา ใช้กินหลังอาหารครั้งละ 1 เม็ด
รากเมื่อนำมาใช่ร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ จะมีสรรพคุณเป็นยาแก้ระดูมาไม่ปกติของสตรี
ทั้งต้นนำมาชงดื่มเป็นยาช่วยขับปัสสาวะได้ (ทั้งต้น ราก)
ดอกเมื่อนำไปผสมกับตำรับยาอื่น ๆ จะช่วยแก้องคชาตตาย
ช่วยแก้พิษตามทวาร
ช่วยรักษาริดสีดวง (ใบ ต้น ทั้งต้น)
ช่วยรักษาเริม
ช่วยแก้อาการตกเลือด
ช่วยแก้อาการตับอักเสบ ด้วยการใช้ผักคราดและเฟิร์นเงินอย่างละ 1 ตำลึง นำมาต้มกินวันละ 2 ครั้ง (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ช่วยรักษาผิวหนังเป็นฝีหรือเป็นตุ่มพิษ ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาตำกับเหล้าแล้วนำมาพอกหรือทาบริเวณที่เป็น
ช่วยแก้ฝีดาษ
ช่วยแก้ไฟลามทุ่ง ด้วยการใช้ใบและลำต้นนำมาตำให้ละเอียด ผสมกับเหล้าโรง ใช้รับประทานวันละ 1 ครั้ง ส่วนกากที่เหลือใช้พอกบริเวณที่เป็นได้ตลอดวัน (ใบ ต้น)
ช่วยแก้อาการคัน (ราก ทั้งต้น)
ช่วยรักษาแผล ตำพอกแผลและแผลเนื้อเป็น รักษาแผลเรื้อรังหายยากด้วยการใช้ผักคราดหัวแหวน นำมาตำให้แหลก เอาน้ำผสมน้ำมันชันแล้วนำมาใช้ทาหรือพอก (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ใช้เป็นยาห้ามเลือดได้เป็นอย่างดี เมื่อเกิดบาดแผล ใช้จะขยี้หรือตำต้นสดเพื่อใช้พอกแผลแล้วเลือดจะหยุดไหล
ช่วยแก้แผลพุพอง
ตำพอกแก้พิษปวดบวม แผลบวม แก้งูพิษกัด สุนัขกัด ตะมอย
ช่วยรักษาไขข้ออักเสบ ไขข้ออักเสบจากลมขึ้น (Rheumatic fever)
ช่วยลดอาการปวดบวมกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้ปวดบวม ฟกช้ำบวม ด้วยการใช้ทั้งต้นนำมาตำให้แหลก แล้วเหยาะน้ำเปล่าพอชุ่ม ใช้พอกบริเวณที่มีอาการปวด หรือจะใช้ทำเป็นลูกประคบ หรือใส่ในยาอบร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ก็ได้
ช่วยแก้อัมพฤกษ์ อัมพาต และอาการเหน็บชา โดยจะใช้ผักคราดหัวแหวนร่วมกับพริกไทยและหัวอุตพิดอย่างละเท่า ๆ กัน ผสมกับน้ำมันพืชแล้วนำมาทา
ใช้เป็นยารักษากระดูกหัก กระดูกแตก ด้วยการใช้ผักคราดนำมาตำรวมกับตะไคร้แล้วนำมาพอกกระดูก เปลี่ยนยาทุก ๆ 6 วัน เมื่อครบ 41 วัน กระดูกจะต่อกันติด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะผักชนิดนี้มีฤทธิ์ร้อน จึงทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณที่พอกมากขึ้น อีกทั้งยังมีฤทธิ์แก้อักเสบ จึงอาจช่วยในเรื่องกระดูกหักได้
ช่วยแก้อาการเจ็บปวดสีข้าง ด้วยการใช้ผักคราดหัวแหวน 1 ตำลึง ต้มกับหมูเนื้อสันชงกับเหล้ารับประทาน (ข้อมูลไม่ได้ระบุส่วนที่ใช้)
ทั้งต้นใช้ต้มดื่มแก้อาการปวดท้องหลังคลอดได้
ผักคราดหัวแหวนยังนิยมนำไปใส่ในยาอบหรือยาอาบหลังคลอดบุตร ด้วยการใช้ร่วมกับใบหนาดใหญ่และใบมะขาม เพื่อช่วยบำรุงเลือดลมของสตรีให้ทำงานอย่างเป็นปกติ
จากงานวิจัยพบว่าผักคราดหัวแหวนมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านไวรัส ต้านยีสต์ ช่วยยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ เพิ่มฤทธิ์ของฮิสตามีนในการทำให้ลำไส้หดเกร็ง ช่วยลดความดันโลหิต ปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกัน ฆ่ายุงและลูกน้ำยุง ทำให้ชัก มีฤทธิ์เป็นยาชาเฉพาะที่ แก้อาการปวด ลดความแรงและความถี่ของการบีบตัวของหัวใจห้องบน ช่วยยับยั้งการหดตัวของมดลูกที่เหนี่ยวนำด้วย Oxytocin
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/