เข้าสู่ระบบ
Username ::  
Password ::  

ลืมรหัสผ่าน / สมัครสมาชิก

 ข้อมูลสมุนไพร

พิกุล
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Mimusops elengi  L.
ชื่อสามัญ : Bullet wood
วงศ์ :  SAPOTACEAE
ชื่ออื่น: พิกุลเขา กุล แก้ว ซางดง
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 
ไม้ต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 8-15 ม. เรือนยอดแน่นทึบ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา มีรอยแตกระแหงตามแนวยาว ใบ เป็นใบเดี่ยว เกิดเรียงกันแบบสลับ ลักษณะใบมนเป็นรูปไข่ หรือรูปไข่แกมหอก มีขนาดกว้าง 2-5 ซม. ยาว 5-10 ซม. โคนใบสอบมอน ปลายใบเรียวหรือหยักเป็นติ่ง ดอกเกิดเป็นกระจุกตามง่ามใบและตามยอด มีสีขาวปนเหลือง กลีบรองดอกมี 8 กลีบ เรียงเป็น 2 วง ๆ ละ 8 แฉก ดอกบานมีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี ผลรูปไข่กลมถึงรี ภายในมีเมล็ดเดียว ส่วนที่ใช้ : ดอก เปลือก เมล็ด แก่นที่ราก ใบ
สรรพคุณ : 
ใบ - ฆ่าพยาธิ
ผลสุก - รับประทานแก้ปวดศีรษะและแก้โรคในลำคอและปาก
แก่นที่ราก - เป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต ขับลม
เปลือก - ยาอมกลั้วคอ ล้างปาก แก้เหงือกบวม รำมะนาด กระพี้ - แก้เกลื้อน
ดอกสด - เข้ายาหอม ทำเครื่องสำอาง แก้ท้องเสีย ดอกแห้ง - เป็นยาบำรุงหัวใจ ปวดหัว เจ็บคอ ขับเสมหะ
เมล็ด - ตำแล้วใส่ทวารเด็ก แก้โรคท้องผูก
ใช้เป็นยาบำรุงโลหิต (ดอก แก่น แก่นที่ราก ราก)
แก่นที่รากและดอกแห้งใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ส่วนดอกสดใช้เข้ายาหอมช่วยบำรุงหัวใจเช่นกัน (ดอก ขอนดอก แก่นที่ราก)
ช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น (ขอนดอก ดอกแห้ง)
ช่วยคุมธาตุในร่างกาย
ช่วยแก้โลหิต ฆ่าพิษโลหิต
ช่วยแก้เลือดตีขึ้นให้สลบไป แก้เลือดตีขึ้นถึงกับตาเหลือง
ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย
ช่วยแก้หอบ
ช่วยแก้หืด
แก่นใช้เป็นยาแก้ไข้ (แก่น ผลดิบและเปลือก ดอกแห้ง) แก้ไข้จับ แก้ไข้หมดสติ แก้ไข้คลั่งเพ้อ
ช่วยแก้อาการร้อนใน
ผลสุกใช้รับประทานแก้อาการปวดศีรษะ (ผลสุก ดอกแห้ง)
ดอกแห้งใช้ป่นทำเป็นยานัตถุ์
ช่วยรักษาโรคคอ
ผลสุกใช้รับประทานแก้โรคในลำคอและปาก
ช่วยแก้อาการเจ็บคอ
เปลือกต้นใช้เป็นยาอมกลั้วคอล้างปาก แก้โรคเหงือกอักเสบ เหงือกบวม รำมะนาด
เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำเกลือช่วยแก้อาการปวดฟัน ช่วยทำให้ฟันแน่น แก้ฟันโยก ช่วยฆ่าแมงกินฟันที่ทำให้ฟันผุ
ช่วยรักษาอาการปากเปื่อย
ดอกแห้งช่วยขับเสมหะ แก้เสมหะ ละลายเสมหะ (ดอกแห้ง ราก)
รากและดอกใช้ปรุงเป็นยาแก้ลม (ระบบไหลเวียนทางโลหิต) ช่วยขับเสมหะที่เกิดจากลม (ราก ดอก)
ช่วยบำรุงปอด (ขอนดอก)
ช่วยแก้อาการท้องเสีย ลงท้อง (ดอกสด ดอกแห้ง ผลดิบและเปลือก เปลือกต้น ราก)
เมล็ดนำมาตำให้ละเอียด แล้วทำเป็นยาเม็ดสำหรับสวนทวารหรือทำเป็นยาเหน็บทวารเด็กเมื่อมีอาการท้องผูก ช่วยแก้โรคท้องผูก (เข้าใจว่าใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่)
ช่วยขับลม (แก่นที่ราก)
ช่วยรักษาไส้ด้วนไส้ลาม
ใบมีสรรพคุณฆ่าพยาธิ (ใบ แก่น) ช่วยแก้ตัวพยาธิ (ดอกแห้ง เปลือกต้น ราก)
เมล็ดใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
ใบช่วยรักษากามโรค ฆ่าเชื้อกามโรค
ช่วยแก้ตกโลหิต (ดอกแห้ง ราก)
ขอนดอก (เนื้อไม้ที่ราลง มีสีน้ำตาลเข้มประขาว เรียกว่า “ขอนดอก”) ใช้เป็นยาบำรุงตับ (ขอนดอก)
ผลดิบและเปลือกเป็นยาฝาดมาน (ผลดิบและเปลือก ดอกสด)
ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและตามร่างกาย
ช่วยแก้อาการบวม (ดอกแห้ง เปลือกต้น ราก)
ช่วยแก้เกลื้อน ส่วนแก่นช่วยรักษากลากเกลื้อน
ช่วยแก้ฝีเปื่อยพัง (ดอกแห้ง ราก)
ช่วยบำรุงครรภ์ของสตรี (ครรภ์รักษา) (ขอนดอก)
ดอกพิกุลจัดอยู่ในตำรับยา “พิกัดเกสรทั้งห้า” (ประกอบไปด้วยดอกพิกุล ดอกมะลิ ดอกบุนนาค ดอกสารภี และเกสรบัวหลวง) ตำรับยา “พิกัดเกสรทั้งเจ็ด” (เพิ่มดอกจำปาและดอกกระดังงา) ตำรับยา “พิกัดเกสรทั้งเก้า” (เพิ่มดอกลำดวนและดอกลำเจียก) ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น ทำให้ชื่นใจ ช่วยแก้อาการวิงเวียน หน้ามืดตาลาย ช่วยแก้ลมกองละเอียด และช่วยบำรุงครรภ์ของสตรี หรือจะใช้เข้ายาผสมกับดอกไม้ชนิดอื่นที่มีกลิ่นหอมเพื่อทำบุหงาก็ได้
ดอกพิกุลจัดอยู่ในตำรับยา “พิกัดจตุทิพยคันธา” (ประกอบไปด้วยดอกพิกุล รากชะเอมเทศ รากมะกล่ำเครือ เหง้าขิงแครง) ซึ่งเป็นตำรับยาที่ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย บำรุงหัวใจ แก้ลมปั่นป่วน แก้พรรดึก และแก้เสมหะ
ดอกพิกุลจัดอยู่ใน “ตำรับยาเขียวหอม” ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นตำรับยาที่ช่วยบรรเทาอาการไข้ แก้อาการร้อนในกระหายน้ำ แก้พิษหัด และแก้พิษสุกใส (ช่วยบรรเทาอาการไข้จากหัดและสุกใส)
ดอกพิกุลจัดอยู่ในตำรับ “ยาหอมนวโกฐ” ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้ลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน ช่วยแก้ลมจุกแน่นในอก ในผู้สูงอายุ ช่วยแก้ลมปลายไข้ (มีอาการคลื่นเหียน วิงเวียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องอืด ซึ่งเป็นอาการหลังจากการฟื้นไข้)
ดอกพิกุลจัดอยู่ในตำรับยา “ยาหอมเทพจิตร” ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้ลมกองละเอียด หรืออาการหน้ามืดตาลาย สวิงสวาย ใจสั่น และช่วยบำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น
ใบ - ฆ่าพยาธิ
ผลสุก - รับประทานแก้ปวดศีรษะและแก้โรคในลำคอและปาก
แก่นที่ราก - เป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต ขับลม
เปลือก - ยาอมกลั้วคอ ล้างปาก แก้เหงือกบวม รำมะนาด กระพี้ - แก้เกลื้อน
ดอกสด - เข้ายาหอม ทำเครื่องสำอาง แก้ท้องเสีย ดอกแห้ง - เป็นยาบำรุงหัวใจ ปวดหัว เจ็บคอ ขับเสมหะ
เมล็ด - ตำแล้วใส่ทวารเด็ก แก้โรคท้องผูก
ใช้เป็นยาบำรุงโลหิต (ดอก แก่น แก่นที่ราก ราก)
แก่นที่รากและดอกแห้งใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ส่วนดอกสดใช้เข้ายาหอมช่วยบำรุงหัวใจเช่นกัน (ดอก ขอนดอก แก่นที่ราก)
ช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น (ขอนดอก ดอกแห้ง)
ช่วยคุมธาตุในร่างกาย
ช่วยแก้โลหิต ฆ่าพิษโลหิต
ช่วยแก้เลือดตีขึ้นให้สลบไป แก้เลือดตีขึ้นถึงกับตาเหลือง
ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย
ช่วยแก้หอบ
ช่วยแก้หืด
แก่นใช้เป็นยาแก้ไข้ (แก่น ผลดิบและเปลือก ดอกแห้ง) แก้ไข้จับ แก้ไข้หมดสติ แก้ไข้คลั่งเพ้อ
ช่วยแก้อาการร้อนใน
ผลสุกใช้รับประทานแก้อาการปวดศีรษะ (ผลสุก ดอกแห้ง)
ดอกแห้งใช้ป่นทำเป็นยานัตถุ์
ช่วยรักษาโรคคอ
ผลสุกใช้รับประทานแก้โรคในลำคอและปาก
ช่วยแก้อาการเจ็บคอ
เปลือกต้นใช้เป็นยาอมกลั้วคอล้างปาก แก้โรคเหงือกอักเสบ เหงือกบวม รำมะนาด
เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำเกลือช่วยแก้อาการปวดฟัน ช่วยทำให้ฟันแน่น แก้ฟันโยก ช่วยฆ่าแมงกินฟันที่ทำให้ฟันผุ
ช่วยรักษาอาการปากเปื่อย
ดอกแห้งช่วยขับเสมหะ แก้เสมหะ ละลายเสมหะ (ดอกแห้ง ราก)
รากและดอกใช้ปรุงเป็นยาแก้ลม (ระบบไหลเวียนทางโลหิต) ช่วยขับเสมหะที่เกิดจากลม (ราก ดอก)
ช่วยบำรุงปอด (ขอนดอก)
ช่วยแก้อาการท้องเสีย ลงท้อง (ดอกสด ดอกแห้ง ผลดิบและเปลือก เปลือกต้น ราก)
เมล็ดนำมาตำให้ละเอียด แล้วทำเป็นยาเม็ดสำหรับสวนทวารหรือทำเป็นยาเหน็บทวารเด็กเมื่อมีอาการท้องผูก ช่วยแก้โรคท้องผูก (เข้าใจว่าใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่)
ช่วยขับลม (แก่นที่ราก)
ช่วยรักษาไส้ด้วนไส้ลาม
ใบมีสรรพคุณฆ่าพยาธิ (ใบ แก่น) ช่วยแก้ตัวพยาธิ (ดอกแห้ง เปลือกต้น ราก)
เมล็ดใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
ใบช่วยรักษากามโรค ฆ่าเชื้อกามโรค
ช่วยแก้ตกโลหิต (ดอกแห้ง ราก)
ขอนดอก (เนื้อไม้ที่ราลง มีสีน้ำตาลเข้มประขาว เรียกว่า “ขอนดอก”) ใช้เป็นยาบำรุงตับ (ขอนดอก)
ผลดิบและเปลือกเป็นยาฝาดมาน (ผลดิบและเปลือก ดอกสด)
ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและตามร่างกาย
ช่วยแก้อาการบวม (ดอกแห้ง เปลือกต้น ราก)
ช่วยแก้เกลื้อน ส่วนแก่นช่วยรักษากลากเกลื้อน
ช่วยแก้ฝีเปื่อยพัง (ดอกแห้ง ราก)
ช่วยบำรุงครรภ์ของสตรี (ครรภ์รักษา) (ขอนดอก)
ดอกพิกุลจัดอยู่ในตำรับยา “พิกัดเกสรทั้งห้า” (ประกอบไปด้วยดอกพิกุล ดอกมะลิ ดอกบุนนาค ดอกสารภี และเกสรบัวหลวง) ตำรับยา “พิกัดเกสรทั้งเจ็ด” (เพิ่มดอกจำปาและดอกกระดังงา) ตำรับยา “พิกัดเกสรทั้งเก้า” (เพิ่มดอกลำดวนและดอกลำเจียก) ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น ทำให้ชื่นใจ ช่วยแก้อาการวิงเวียน หน้ามืดตาลาย ช่วยแก้ลมกองละเอียด และช่วยบำรุงครรภ์ของสตรี หรือจะใช้เข้ายาผสมกับดอกไม้ชนิดอื่นที่มีกลิ่นหอมเพื่อทำบุหงาก็ได้
ดอกพิกุลจัดอยู่ในตำรับยา “พิกัดจตุทิพยคันธา” (ประกอบไปด้วยดอกพิกุล รากชะเอมเทศ รากมะกล่ำเครือ เหง้าขิงแครง) ซึ่งเป็นตำรับยาที่ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย บำรุงหัวใจ แก้ลมปั่นป่วน แก้พรรดึก และแก้เสมหะ
ดอกพิกุลจัดอยู่ใน “ตำรับยาเขียวหอม” ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นตำรับยาที่ช่วยบรรเทาอาการไข้ แก้อาการร้อนในกระหายน้ำ แก้พิษหัด และแก้พิษสุกใส (ช่วยบรรเทาอาการไข้จากหัดและสุกใส)
ดอกพิกุลจัดอยู่ในตำรับ “ยาหอมนวโกฐ” ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้ลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน ช่วยแก้ลมจุกแน่นในอก ในผู้สูงอายุ ช่วยแก้ลมปลายไข้ (มีอาการคลื่นเหียน วิงเวียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องอืด ซึ่งเป็นอาการหลังจากการฟื้นไข้)
ดอกพิกุลจัดอยู่ในตำรับยา “ยาหอมเทพจิตร” ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้ลมกองละเอียด หรืออาการหน้ามืดตาลาย สวิงสวาย ใจสั่น และช่วยบำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น
ใบ - ฆ่าพยาธิ
ผลสุก - รับประทานแก้ปวดศีรษะและแก้โรคในลำคอและปาก
แก่นที่ราก - เป็นยาบำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต ขับลม
เปลือก - ยาอมกลั้วคอ ล้างปาก แก้เหงือกบวม รำมะนาด กระพี้ - แก้เกลื้อน
ดอกสด - เข้ายาหอม ทำเครื่องสำอาง แก้ท้องเสีย ดอกแห้ง - เป็นยาบำรุงหัวใจ ปวดหัว เจ็บคอ ขับเสมหะ
เมล็ด - ตำแล้วใส่ทวารเด็ก แก้โรคท้องผูก
ใช้เป็นยาบำรุงโลหิต (ดอก แก่น แก่นที่ราก ราก)
แก่นที่รากและดอกแห้งใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ส่วนดอกสดใช้เข้ายาหอมช่วยบำรุงหัวใจเช่นกัน (ดอก ขอนดอก แก่นที่ราก)
ช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น (ขอนดอก ดอกแห้ง)
ช่วยคุมธาตุในร่างกาย
ช่วยแก้โลหิต ฆ่าพิษโลหิต
ช่วยแก้เลือดตีขึ้นให้สลบไป แก้เลือดตีขึ้นถึงกับตาเหลือง
ช่วยแก้อาการอ่อนเพลีย
ช่วยแก้หอบ
ช่วยแก้หืด
แก่นใช้เป็นยาแก้ไข้ (แก่น ผลดิบและเปลือก ดอกแห้ง) แก้ไข้จับ แก้ไข้หมดสติ แก้ไข้คลั่งเพ้อ
ช่วยแก้อาการร้อนใน
ผลสุกใช้รับประทานแก้อาการปวดศีรษะ (ผลสุก ดอกแห้ง)
ดอกแห้งใช้ป่นทำเป็นยานัตถุ์
ช่วยรักษาโรคคอ
ผลสุกใช้รับประทานแก้โรคในลำคอและปาก
ช่วยแก้อาการเจ็บคอ
เปลือกต้นใช้เป็นยาอมกลั้วคอล้างปาก แก้โรคเหงือกอักเสบ เหงือกบวม รำมะนาด
เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำเกลือช่วยแก้อาการปวดฟัน ช่วยทำให้ฟันแน่น แก้ฟันโยก ช่วยฆ่าแมงกินฟันที่ทำให้ฟันผุ
ช่วยรักษาอาการปากเปื่อย
ดอกแห้งช่วยขับเสมหะ แก้เสมหะ ละลายเสมหะ (ดอกแห้ง ราก)
รากและดอกใช้ปรุงเป็นยาแก้ลม (ระบบไหลเวียนทางโลหิต) ช่วยขับเสมหะที่เกิดจากลม (ราก ดอก)
ช่วยบำรุงปอด (ขอนดอก)
ช่วยแก้อาการท้องเสีย ลงท้อง (ดอกสด ดอกแห้ง ผลดิบและเปลือก เปลือกต้น ราก)
เมล็ดนำมาตำให้ละเอียด แล้วทำเป็นยาเม็ดสำหรับสวนทวารหรือทำเป็นยาเหน็บทวารเด็กเมื่อมีอาการท้องผูก ช่วยแก้โรคท้องผูก (เข้าใจว่าใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่)
ช่วยขับลม (แก่นที่ราก)
ช่วยรักษาไส้ด้วนไส้ลาม
ใบมีสรรพคุณฆ่าพยาธิ (ใบ แก่น) ช่วยแก้ตัวพยาธิ (ดอกแห้ง เปลือกต้น ราก)
เมล็ดใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
ใบช่วยรักษากามโรค ฆ่าเชื้อกามโรค
ช่วยแก้ตกโลหิต (ดอกแห้ง ราก)
ขอนดอก (เนื้อไม้ที่ราลง มีสีน้ำตาลเข้มประขาว เรียกว่า “ขอนดอก”) ใช้เป็นยาบำรุงตับ (ขอนดอก)
ผลดิบและเปลือกเป็นยาฝาดมาน (ผลดิบและเปลือก ดอกสด)
ช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและตามร่างกาย
ช่วยแก้อาการบวม (ดอกแห้ง เปลือกต้น ราก)
ช่วยแก้เกลื้อน ส่วนแก่นช่วยรักษากลากเกลื้อน
ช่วยแก้ฝีเปื่อยพัง (ดอกแห้ง ราก)
ช่วยบำรุงครรภ์ของสตรี (ครรภ์รักษา) (ขอนดอก)
ดอกพิกุลจัดอยู่ในตำรับยา “พิกัดเกสรทั้งห้า” (ประกอบไปด้วยดอกพิกุล ดอกมะลิ ดอกบุนนาค ดอกสารภี และเกสรบัวหลวง) ตำรับยา “พิกัดเกสรทั้งเจ็ด” (เพิ่มดอกจำปาและดอกกระดังงา) ตำรับยา “พิกัดเกสรทั้งเก้า” (เพิ่มดอกลำดวนและดอกลำเจียก) ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น ทำให้ชื่นใจ ช่วยแก้อาการวิงเวียน หน้ามืดตาลาย ช่วยแก้ลมกองละเอียด และช่วยบำรุงครรภ์ของสตรี หรือจะใช้เข้ายาผสมกับดอกไม้ชนิดอื่นที่มีกลิ่นหอมเพื่อทำบุหงาก็ได้
ดอกพิกุลจัดอยู่ในตำรับยา “พิกัดจตุทิพยคันธา” (ประกอบไปด้วยดอกพิกุล รากชะเอมเทศ รากมะกล่ำเครือ เหง้าขิงแครง) ซึ่งเป็นตำรับยาที่ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย บำรุงหัวใจ แก้ลมปั่นป่วน แก้พรรดึก และแก้เสมหะ
ดอกพิกุลจัดอยู่ใน “ตำรับยาเขียวหอม” ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นตำรับยาที่ช่วยบรรเทาอาการไข้ แก้อาการร้อนในกระหายน้ำ แก้พิษหัด และแก้พิษสุกใส (ช่วยบรรเทาอาการไข้จากหัดและสุกใส)
ดอกพิกุลจัดอยู่ในตำรับ “ยาหอมนวโกฐ” ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้ลมวิงเวียน คลื่นเหียน อาเจียน ช่วยแก้ลมจุกแน่นในอก ในผู้สูงอายุ ช่วยแก้ลมปลายไข้ (มีอาการคลื่นเหียน วิงเวียน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องอืด ซึ่งเป็นอาการหลังจากการฟื้นไข้)
ดอกพิกุลจัดอยู่ในตำรับยา “ยาหอมเทพจิตร” ซึ่งเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยแก้ลมกองละเอียด หรืออาการหน้ามืดตาลาย สวิงสวาย ใจสั่น และช่วยบำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/