เข้าสู่ระบบ
Username ::  
Password ::  

ลืมรหัสผ่าน / สมัครสมาชิก

 ข้อมูลสมุนไพร

ขี้เหล็ก
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Senna siamea  (Lam.) Irwin & Barneby
ชื่อสามัญ : Cassod tree, Thai copper pod
วงศ์ :  LEGUMINOSAE - CEASALPINIOIDEAE
ชื่ออื่น: ขี้เหล็กใหญ่ (ภาคกลาง) ขี้เหล็กแก่น (ราชบุรี) ขี้เหล็กหลวง (ภาคเหนือ) ขี้เหล็กบ้าน (ลำปาง, สุราษฎร์ธานี) ผักจี้ลี้ (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน) แมะขี้แหละพะโด (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ยะหา (มลายู-ปัตตานี)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 
ไม้ยืนต้น สูง 10-15 เมตร แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแคบ เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นร่องตื้นๆ ตามยาว ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ มีใบย่อย 13-19 ใบ รูปรี กว้าง 1.5 ซม. ยาว 4 ซม. ปลายใบเว้าตื้นๆ โคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ก้านใบร่วมสีน้ำตาลแดง ดอก ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงที่ปลายกิ่ง ดอกสีเหลือง กลีบเลี้ยงกลม มี 3- 4 กลีบ ปลายมน กลีบดอกมี 5 กลีบ ปลายมน โคนเรียว หลุดร่วงง่าย ก้านดอกยาว 1-1.5 ซม. เกสรเพศผู้มีหลายอัน ผล เป็นฝักแบนยาว กว้าง 1.3 ซม. ยาว 15-23 ซม. หนา สีน้ำตาล เมล็ดมีหลายเมล็ด ส่วนที่ใช้ : ดอก ราก ลำต้นและกิ่ง ทั้งต้น เปลือกต้น แก่น ใบ ฝัก เปลือกฝัก ใบแก่
สรรพคุณ : 
ดอก - รักษาโรคเส้นประสาท นอนไม่หลับ ทำให้หลับสบาย - รักษาหืด รักษาโรคโลหิตพิการ ผายธาตุ - รักษารังแค ขับพยาธิ ราก - รักษาไข้ รักษาโรคเหน็บขา ทาแก้เส้นอัมพฤกษ์ให้หย่อน แก้ฟกช้ำ แก้ไข้บำรุงธาตุ ไข้ผิดสำแดง ลำต้นและกิ่ง - เป็นยาระบาย รักษาโรคผิวหนัง แก้โรคกระษัย แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ ขับระดูขา ทั้งต้น - แก้กระษัย ดับพิษไข้ แก้พิษเสมหะ รักษาโรคหนองใน รักษาอาการตัวเหลือง เป็นยาระบาย บำรุงน้ำดี ทำให้เส้นเอ็นหย่อน เปลือกต้น - รักษาโรคริดสีดวงทวาร โรคหิด แก้กระษัย ใช้เป็นยาระบาย แก่น - รักษาโรคเบาหวาน รักษาโรคหนองใน ใช้เป็นยาระบาย - รักษาวัณโรค รักษามะเร็งปอด ปอดอักเสบ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร ใบ - รักษาโรคบิด โรคเบาหวาน แก้ร้อนใน รักษาฝีมะม่วง - รักษาโรคเหน็บชา ลดความดันโลหิตสูง ขับพยาธิ เป็นยาระบาย - รักษาอาการนอนไม่หลับ ฝัก - แก้พิษไข้เพื่อน้ำดี พิษไข้เพื่อเสมหะ แก้ลมขึ้นเบื้องสูง เบื้องบน โลหิตขึ้นเบื้องบน ทำให้ระส่ำระสายในท้อง เปลือกฝัก - แก้เส้นเอ็นพิการ ใบแก่ - ใช้ทำปุ๋ยหมัก วิธีและปริมาณที่ใช้ : แก้อาการนอนไม่หลับ กังวล เบื่ออาหาร ใช้ใบแห้งหนัก 30 กรัม หรือใบสดหนัก 50 กรัม ต้มเอาน้ำดื่มก่อนนอน หรือใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า (ใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ไว้ 7 วัน คนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ กรองกากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก) ดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา ก่อนนอน แก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย ยาถ่าย ใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นขนาดประมาณ 2 องคุลี ใช้ 3-4 ชิ้น ใช้ใบอ่อนหรือแก่ต้มกับน้ำ 1-1? ถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ดื่มเมื่อตื่นนอนเช้า หรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว สารเคมี : เปลือก แก่นและใบ มี anthraquinone glycoside เช่น rhein aloe-emodin Chrysophanol และ Sennoside ดอกมีสารพวก chromone ชื่อ Barakol และสารขมชื่อ cassiamin
ใบขี้เหล็กมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
ดอกขี้เหล็กมีวิตามินที่ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ป้องกันหวัด ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
ช่วยบำรุงธาตุ
แก้ธาตุพิการ แก้ไฟ ทำให้ตัวเย็น
ช่วยเจริญธาตุไฟ
ช่วยแก้โรคกระษัย (ราก ลำต้นและกิ่ง เปลือกต้น ทั้งต้น)
ช่วยรักษาอาการตัวเหลือง
ช่วยรักษาโรคเบาหวาน (ใบ แก่น)
ช่วยลดความดันโลหิตสูง
ช่วยรักษาวัณโรค
ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
ช่วยรักษามะเร็งปอด ปอดอักเสบ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร
ช่วยแก้อาการชักในเด็ก
แก้ไตพิการ
ช่วยแก้อาการแสบตา
ใบขี้เหล็กมีสารที่ชื่อว่า “แอนไฮโดรบาราคอล” (Anhydrobarakol) ที่มีสรรพคุณช่วยในการคลายความเครียด บรรเทาอาการจิตฟุ้งซ่าน
ช่วยบำรุงสมอง บำรุงประสาท แก้โรคประสาท และช่วยสงบประสาท
ช่วยทำให้นอนหลับสบาย แก้อาการนอนไม่หลับ ผ่อนคลายความกังวล ด้วยการใช้ใบขี้เหล็กแห้ง 30 กรัม (หรือใบสด 50 กรัม) นำมาต้มกับน้ำไว้ดื่มก่อนนอน หรือจะใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า โดยใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ทิ้งไว้ 7 วันและคนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ เมื่อครบให้กรองเอากากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก แล้วนำมาดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชาก่อนเข้านอน (ใบ ดอก)
ช่วยแก้ลมขึ้นเบื้องสูง เบื้องบน โลหิตขึ้นเบื้องบน ทำให้มีอาการระส่ำระสายในท้อง
ช่วยรักษาหืด
ช่วยรักษาโรคโลหิตพิการ ผายธาตุ
ช่วยบำรุงโลหิต
ช่วยขับโลหิต
ช่วยขับพิษโลหิต
แก้เลือดกำเดาไหล (ต้น ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
ช่วยถ่ายพิษไข้ แก้ไข้กลับซ้ำ แก้ไข้หนาว ไข้ผิดสำแดง
ช่วยดับพิษไข้ (เปลือกต้น ทั้งต้น)
ช่วยแก้พิษไข้เพื่อน้ำดี พิษไข้เพื่อเสมหะ (เปลือกต้น ฝัก)
ช่วยแก้พิษเสมหะ
ช่วยกำจัดเสมหะ
ช่วยขับมุตกิด กัดเถาดาน กัดเสมหะ และกัดเมือกในลำไส้ (เปลือกฝัก)
ขี้เหล็กมีสรรพคุณช่วยแก้ร้อนใน
ช่วยทำให้เจริญอาหาร
แก้อาการเบื่ออาหาร ด้วยการใช้ใบขี้เหล็กแห้ง 30 กรัม (หรือใบสด 50 กรัม) นำมาต้มกับน้ำไว้ดื่มก่อนนอน หรือจะใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า โดยใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ทิ้งไว้ 7 วันและคนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ เมื่อครบให้กรองเอากากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก แล้วนำมาดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชาก่อนเข้านอน (ใบแห้ง ใบอ่อน)
ช่วยแก้อาการท้องผูก ด้วยการใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นประมาณ 2 องคุลี ประมาณ 3-4 ชิ้น นำมาต้มกับน้ำครึ่งถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ใช้ดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้าหรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว (ใบอ่อน แก่น)
ช่วยรักษาโรคบิด
ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ด้วยการใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นประมาณ 2 องคุลี ประมาณ 3-4 ชิ้น นำมาต้มกับน้ำครึ่งถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ใช้ดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้าหรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว (ดอก ใบ แก่น ลำต้นและกิ่ง เปลือกต้น ราก ทั้งต้น)
ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร
ช่วยบำรุงน้ำดี
ช่วยขับปัสสาวะ (ใบ ลำต้น และกิ่ง)
ช่วยรักษานิ่วในไต (ใบ ลำต้น และกิ่ง)
ช่วยรักษาโรคหนองใน (แก่น ทั้งต้น)
รักษาแผลกามโรค (ราก แก่น)
ช่วยแก้หนองใส
ช่วยขับระดูขาว (ใบ ลำต้น และกิ่ง)
ช่วยฟอกโลหิตในสตรี
ช่วยขับพยาธิ (ใบ ดอก)
ช่วยรักษาอาการเหน็บชา (ใบ ราก)
รากใช้ทาแก้อัมพฤกษ์ให้หย่อน
ช่วยทำให้เส้นเอ็นหย่อน
แก้เส้นเอ็นพิการ (เปลือกฝัก)
ช่วยรักษาโรคผิวหนัง (ลำต้นและกิ่ง)
ช่วยรักษาโรคหิด
ช่วยรักษาฝีมะม่วง
ทางภาคใต้ใช้รากขี้เหล็กผสมกับสารส้ม นำมาทาแผลฝีหนอง
ช่วยแก้อาการฟกช้ำ (ราก ลำต้น และกิ่ง)
ประโยชน์ของขี้เหล็กช่วยแก้บวม
ช่วยรักษารังแค ด้วยการใช้ดอกขี้เหล็กผสมกับมะกรูดย่างไฟ 2 ลูก โดยต้องย่างให้มีรอยไหม้ที่ผิวมะกรูดด้วย ใช้ดอกขี้เหล็ก 2 ช้อนโต๊ะ พิมเสน 1 ช้อนชา นำมาปั่นผสมกันแล้วเติมน้ำปูนใส 100 cc. ปั่นจนเข้ากัน แล้วคั้นกรองเอาแต่น้ำ จากนั้นนำน้ำมันมะกอกเติมผสมเข้าไปประมาณ 60-100 cc. ผสมจนเข้ากันแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีก่อนการสระผมทุกครั้ง จะช่วยรักษารังแคได้
ใช้ทำปุ๋ยหมัก (ใบแก่)
ดอกและดอกอ่อนใช้รับประทานหรือทำเป็นแกงขี้เหล็กได้
ดอก - รักษาโรคเส้นประสาท นอนไม่หลับ ทำให้หลับสบาย - รักษาหืด รักษาโรคโลหิตพิการ ผายธาตุ - รักษารังแค ขับพยาธิ ราก - รักษาไข้ รักษาโรคเหน็บขา ทาแก้เส้นอัมพฤกษ์ให้หย่อน แก้ฟกช้ำ แก้ไข้บำรุงธาตุ ไข้ผิดสำแดง ลำต้นและกิ่ง - เป็นยาระบาย รักษาโรคผิวหนัง แก้โรคกระษัย แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ ขับระดูขา ทั้งต้น - แก้กระษัย ดับพิษไข้ แก้พิษเสมหะ รักษาโรคหนองใน รักษาอาการตัวเหลือง เป็นยาระบาย บำรุงน้ำดี ทำให้เส้นเอ็นหย่อน เปลือกต้น - รักษาโรคริดสีดวงทวาร โรคหิด แก้กระษัย ใช้เป็นยาระบาย แก่น - รักษาโรคเบาหวาน รักษาโรคหนองใน ใช้เป็นยาระบาย - รักษาวัณโรค รักษามะเร็งปอด ปอดอักเสบ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร ใบ - รักษาโรคบิด โรคเบาหวาน แก้ร้อนใน รักษาฝีมะม่วง - รักษาโรคเหน็บชา ลดความดันโลหิตสูง ขับพยาธิ เป็นยาระบาย - รักษาอาการนอนไม่หลับ ฝัก - แก้พิษไข้เพื่อน้ำดี พิษไข้เพื่อเสมหะ แก้ลมขึ้นเบื้องสูง เบื้องบน โลหิตขึ้นเบื้องบน ทำให้ระส่ำระสายในท้อง เปลือกฝัก - แก้เส้นเอ็นพิการ ใบแก่ - ใช้ทำปุ๋ยหมัก วิธีและปริมาณที่ใช้ : แก้อาการนอนไม่หลับ กังวล เบื่ออาหาร ใช้ใบแห้งหนัก 30 กรัม หรือใบสดหนัก 50 กรัม ต้มเอาน้ำดื่มก่อนนอน หรือใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า (ใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ไว้ 7 วัน คนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ กรองกากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก) ดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา ก่อนนอน แก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย ยาถ่าย ใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นขนาดประมาณ 2 องคุลี ใช้ 3-4 ชิ้น ใช้ใบอ่อนหรือแก่ต้มกับน้ำ 1-1? ถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ดื่มเมื่อตื่นนอนเช้า หรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว สารเคมี : เปลือก แก่นและใบ มี anthraquinone glycoside เช่น rhein aloe-emodin Chrysophanol และ Sennoside ดอกมีสารพวก chromone ชื่อ Barakol และสารขมชื่อ cassiamin
ใบขี้เหล็กมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
ดอกขี้เหล็กมีวิตามินที่ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ป้องกันหวัด ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
ช่วยบำรุงธาตุ
แก้ธาตุพิการ แก้ไฟ ทำให้ตัวเย็น
ช่วยเจริญธาตุไฟ
ช่วยแก้โรคกระษัย (ราก ลำต้นและกิ่ง เปลือกต้น ทั้งต้น)
ช่วยรักษาอาการตัวเหลือง
ช่วยรักษาโรคเบาหวาน (ใบ แก่น)
ช่วยลดความดันโลหิตสูง
ช่วยรักษาวัณโรค
ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
ช่วยรักษามะเร็งปอด ปอดอักเสบ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร
ช่วยแก้อาการชักในเด็ก
แก้ไตพิการ
ช่วยแก้อาการแสบตา
ใบขี้เหล็กมีสารที่ชื่อว่า “แอนไฮโดรบาราคอล” (Anhydrobarakol) ที่มีสรรพคุณช่วยในการคลายความเครียด บรรเทาอาการจิตฟุ้งซ่าน
ช่วยบำรุงสมอง บำรุงประสาท แก้โรคประสาท และช่วยสงบประสาท
ช่วยทำให้นอนหลับสบาย แก้อาการนอนไม่หลับ ผ่อนคลายความกังวล ด้วยการใช้ใบขี้เหล็กแห้ง 30 กรัม (หรือใบสด 50 กรัม) นำมาต้มกับน้ำไว้ดื่มก่อนนอน หรือจะใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า โดยใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ทิ้งไว้ 7 วันและคนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ เมื่อครบให้กรองเอากากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก แล้วนำมาดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชาก่อนเข้านอน (ใบ ดอก)
ช่วยแก้ลมขึ้นเบื้องสูง เบื้องบน โลหิตขึ้นเบื้องบน ทำให้มีอาการระส่ำระสายในท้อง
ช่วยรักษาหืด
ช่วยรักษาโรคโลหิตพิการ ผายธาตุ
ช่วยบำรุงโลหิต
ช่วยขับโลหิต
ช่วยขับพิษโลหิต
แก้เลือดกำเดาไหล (ต้น ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
ช่วยถ่ายพิษไข้ แก้ไข้กลับซ้ำ แก้ไข้หนาว ไข้ผิดสำแดง
ช่วยดับพิษไข้ (เปลือกต้น ทั้งต้น)
ช่วยแก้พิษไข้เพื่อน้ำดี พิษไข้เพื่อเสมหะ (เปลือกต้น ฝัก)
ช่วยแก้พิษเสมหะ
ช่วยกำจัดเสมหะ
ช่วยขับมุตกิด กัดเถาดาน กัดเสมหะ และกัดเมือกในลำไส้ (เปลือกฝัก)
ขี้เหล็กมีสรรพคุณช่วยแก้ร้อนใน
ช่วยทำให้เจริญอาหาร
แก้อาการเบื่ออาหาร ด้วยการใช้ใบขี้เหล็กแห้ง 30 กรัม (หรือใบสด 50 กรัม) นำมาต้มกับน้ำไว้ดื่มก่อนนอน หรือจะใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า โดยใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ทิ้งไว้ 7 วันและคนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ เมื่อครบให้กรองเอากากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก แล้วนำมาดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชาก่อนเข้านอน (ใบแห้ง ใบอ่อน)
ช่วยแก้อาการท้องผูก ด้วยการใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นประมาณ 2 องคุลี ประมาณ 3-4 ชิ้น นำมาต้มกับน้ำครึ่งถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ใช้ดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้าหรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว (ใบอ่อน แก่น)
ช่วยรักษาโรคบิด
ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ด้วยการใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นประมาณ 2 องคุลี ประมาณ 3-4 ชิ้น นำมาต้มกับน้ำครึ่งถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ใช้ดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้าหรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว (ดอก ใบ แก่น ลำต้นและกิ่ง เปลือกต้น ราก ทั้งต้น)
ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร
ช่วยบำรุงน้ำดี
ช่วยขับปัสสาวะ (ใบ ลำต้น และกิ่ง)
ช่วยรักษานิ่วในไต (ใบ ลำต้น และกิ่ง)
ช่วยรักษาโรคหนองใน (แก่น ทั้งต้น)
รักษาแผลกามโรค (ราก แก่น)
ช่วยแก้หนองใส
ช่วยขับระดูขาว (ใบ ลำต้น และกิ่ง)
ช่วยฟอกโลหิตในสตรี
ช่วยขับพยาธิ (ใบ ดอก)
ช่วยรักษาอาการเหน็บชา (ใบ ราก)
รากใช้ทาแก้อัมพฤกษ์ให้หย่อน
ช่วยทำให้เส้นเอ็นหย่อน
แก้เส้นเอ็นพิการ (เปลือกฝัก)
ช่วยรักษาโรคผิวหนัง (ลำต้นและกิ่ง)
ช่วยรักษาโรคหิด
ช่วยรักษาฝีมะม่วง
ทางภาคใต้ใช้รากขี้เหล็กผสมกับสารส้ม นำมาทาแผลฝีหนอง
ช่วยแก้อาการฟกช้ำ (ราก ลำต้น และกิ่ง)
ประโยชน์ของขี้เหล็กช่วยแก้บวม
ช่วยรักษารังแค ด้วยการใช้ดอกขี้เหล็กผสมกับมะกรูดย่างไฟ 2 ลูก โดยต้องย่างให้มีรอยไหม้ที่ผิวมะกรูดด้วย ใช้ดอกขี้เหล็ก 2 ช้อนโต๊ะ พิมเสน 1 ช้อนชา นำมาปั่นผสมกันแล้วเติมน้ำปูนใส 100 cc. ปั่นจนเข้ากัน แล้วคั้นกรองเอาแต่น้ำ จากนั้นนำน้ำมันมะกอกเติมผสมเข้าไปประมาณ 60-100 cc. ผสมจนเข้ากันแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีก่อนการสระผมทุกครั้ง จะช่วยรักษารังแคได้
ใช้ทำปุ๋ยหมัก (ใบแก่)
ดอกและดอกอ่อนใช้รับประทานหรือทำเป็นแกงขี้เหล็กได้
ดอก - รักษาโรคเส้นประสาท นอนไม่หลับ ทำให้หลับสบาย - รักษาหืด รักษาโรคโลหิตพิการ ผายธาตุ - รักษารังแค ขับพยาธิ ราก - รักษาไข้ รักษาโรคเหน็บขา ทาแก้เส้นอัมพฤกษ์ให้หย่อน แก้ฟกช้ำ แก้ไข้บำรุงธาตุ ไข้ผิดสำแดง ลำต้นและกิ่ง - เป็นยาระบาย รักษาโรคผิวหนัง แก้โรคกระษัย แก้นิ่ว ขับปัสสาวะ ขับระดูขา ทั้งต้น - แก้กระษัย ดับพิษไข้ แก้พิษเสมหะ รักษาโรคหนองใน รักษาอาการตัวเหลือง เป็นยาระบาย บำรุงน้ำดี ทำให้เส้นเอ็นหย่อน เปลือกต้น - รักษาโรคริดสีดวงทวาร โรคหิด แก้กระษัย ใช้เป็นยาระบาย แก่น - รักษาโรคเบาหวาน รักษาโรคหนองใน ใช้เป็นยาระบาย - รักษาวัณโรค รักษามะเร็งปอด ปอดอักเสบ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร ใบ - รักษาโรคบิด โรคเบาหวาน แก้ร้อนใน รักษาฝีมะม่วง - รักษาโรคเหน็บชา ลดความดันโลหิตสูง ขับพยาธิ เป็นยาระบาย - รักษาอาการนอนไม่หลับ ฝัก - แก้พิษไข้เพื่อน้ำดี พิษไข้เพื่อเสมหะ แก้ลมขึ้นเบื้องสูง เบื้องบน โลหิตขึ้นเบื้องบน ทำให้ระส่ำระสายในท้อง เปลือกฝัก - แก้เส้นเอ็นพิการ ใบแก่ - ใช้ทำปุ๋ยหมัก วิธีและปริมาณที่ใช้ : แก้อาการนอนไม่หลับ กังวล เบื่ออาหาร ใช้ใบแห้งหนัก 30 กรัม หรือใบสดหนัก 50 กรัม ต้มเอาน้ำดื่มก่อนนอน หรือใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า (ใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ไว้ 7 วัน คนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ กรองกากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก) ดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชา ก่อนนอน แก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย ยาถ่าย ใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นขนาดประมาณ 2 องคุลี ใช้ 3-4 ชิ้น ใช้ใบอ่อนหรือแก่ต้มกับน้ำ 1-1? ถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ดื่มเมื่อตื่นนอนเช้า หรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว สารเคมี : เปลือก แก่นและใบ มี anthraquinone glycoside เช่น rhein aloe-emodin Chrysophanol และ Sennoside ดอกมีสารพวก chromone ชื่อ Barakol และสารขมชื่อ cassiamin
ใบขี้เหล็กมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
ดอกขี้เหล็กมีวิตามินที่ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ป้องกันหวัด ช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
ช่วยบำรุงธาตุ
แก้ธาตุพิการ แก้ไฟ ทำให้ตัวเย็น
ช่วยเจริญธาตุไฟ
ช่วยแก้โรคกระษัย (ราก ลำต้นและกิ่ง เปลือกต้น ทั้งต้น)
ช่วยรักษาอาการตัวเหลือง
ช่วยรักษาโรคเบาหวาน (ใบ แก่น)
ช่วยลดความดันโลหิตสูง
ช่วยรักษาวัณโรค
ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
ช่วยรักษามะเร็งปอด ปอดอักเสบ มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร
ช่วยแก้อาการชักในเด็ก
แก้ไตพิการ
ช่วยแก้อาการแสบตา
ใบขี้เหล็กมีสารที่ชื่อว่า “แอนไฮโดรบาราคอล” (Anhydrobarakol) ที่มีสรรพคุณช่วยในการคลายความเครียด บรรเทาอาการจิตฟุ้งซ่าน
ช่วยบำรุงสมอง บำรุงประสาท แก้โรคประสาท และช่วยสงบประสาท
ช่วยทำให้นอนหลับสบาย แก้อาการนอนไม่หลับ ผ่อนคลายความกังวล ด้วยการใช้ใบขี้เหล็กแห้ง 30 กรัม (หรือใบสด 50 กรัม) นำมาต้มกับน้ำไว้ดื่มก่อนนอน หรือจะใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า โดยใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ทิ้งไว้ 7 วันและคนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ เมื่อครบให้กรองเอากากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก แล้วนำมาดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชาก่อนเข้านอน (ใบ ดอก)
ช่วยแก้ลมขึ้นเบื้องสูง เบื้องบน โลหิตขึ้นเบื้องบน ทำให้มีอาการระส่ำระสายในท้อง
ช่วยรักษาหืด
ช่วยรักษาโรคโลหิตพิการ ผายธาตุ
ช่วยบำรุงโลหิต
ช่วยขับโลหิต
ช่วยขับพิษโลหิต
แก้เลือดกำเดาไหล (ต้น ไม่ระบุส่วนที่ใช้)
ช่วยถ่ายพิษไข้ แก้ไข้กลับซ้ำ แก้ไข้หนาว ไข้ผิดสำแดง
ช่วยดับพิษไข้ (เปลือกต้น ทั้งต้น)
ช่วยแก้พิษไข้เพื่อน้ำดี พิษไข้เพื่อเสมหะ (เปลือกต้น ฝัก)
ช่วยแก้พิษเสมหะ
ช่วยกำจัดเสมหะ
ช่วยขับมุตกิด กัดเถาดาน กัดเสมหะ และกัดเมือกในลำไส้ (เปลือกฝัก)
ขี้เหล็กมีสรรพคุณช่วยแก้ร้อนใน
ช่วยทำให้เจริญอาหาร
แก้อาการเบื่ออาหาร ด้วยการใช้ใบขี้เหล็กแห้ง 30 กรัม (หรือใบสด 50 กรัม) นำมาต้มกับน้ำไว้ดื่มก่อนนอน หรือจะใช้ใบอ่อนทำเป็นยาดองเหล้า โดยใส่เหล้าขาวพอท่วมยา แช่ทิ้งไว้ 7 วันและคนทุกวันให้น้ำยาสม่ำเสมอ เมื่อครบให้กรองเอากากยาออก จะได้น้ำยาดองเหล้าขี้เหล็ก แล้วนำมาดื่มครั้งละ 1-2 ช้อนชาก่อนเข้านอน (ใบแห้ง ใบอ่อน)
ช่วยแก้อาการท้องผูก ด้วยการใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นประมาณ 2 องคุลี ประมาณ 3-4 ชิ้น นำมาต้มกับน้ำครึ่งถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ใช้ดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้าหรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว (ใบอ่อน แก่น)
ช่วยรักษาโรคบิด
ใช้เป็นยาถ่าย ยาระบาย ด้วยการใช้ใบอ่อน 2-3 กำมือ หรือแก่นประมาณ 2 องคุลี ประมาณ 3-4 ชิ้น นำมาต้มกับน้ำครึ่งถ้วยแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย ใช้ดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้าหรือก่อนอาหารเช้าครั้งเดียว (ดอก ใบ แก่น ลำต้นและกิ่ง เปลือกต้น ราก ทั้งต้น)
ช่วยรักษาโรคริดสีดวงทวาร
ช่วยบำรุงน้ำดี
ช่วยขับปัสสาวะ (ใบ ลำต้น และกิ่ง)
ช่วยรักษานิ่วในไต (ใบ ลำต้น และกิ่ง)
ช่วยรักษาโรคหนองใน (แก่น ทั้งต้น)
รักษาแผลกามโรค (ราก แก่น)
ช่วยแก้หนองใส
ช่วยขับระดูขาว (ใบ ลำต้น และกิ่ง)
ช่วยฟอกโลหิตในสตรี
ช่วยขับพยาธิ (ใบ ดอก)
ช่วยรักษาอาการเหน็บชา (ใบ ราก)
รากใช้ทาแก้อัมพฤกษ์ให้หย่อน
ช่วยทำให้เส้นเอ็นหย่อน
แก้เส้นเอ็นพิการ (เปลือกฝัก)
ช่วยรักษาโรคผิวหนัง (ลำต้นและกิ่ง)
ช่วยรักษาโรคหิด
ช่วยรักษาฝีมะม่วง
ทางภาคใต้ใช้รากขี้เหล็กผสมกับสารส้ม นำมาทาแผลฝีหนอง
ช่วยแก้อาการฟกช้ำ (ราก ลำต้น และกิ่ง)
ประโยชน์ของขี้เหล็กช่วยแก้บวม
ช่วยรักษารังแค ด้วยการใช้ดอกขี้เหล็กผสมกับมะกรูดย่างไฟ 2 ลูก โดยต้องย่างให้มีรอยไหม้ที่ผิวมะกรูดด้วย ใช้ดอกขี้เหล็ก 2 ช้อนโต๊ะ พิมเสน 1 ช้อนชา นำมาปั่นผสมกันแล้วเติมน้ำปูนใส 100 cc. ปั่นจนเข้ากัน แล้วคั้นกรองเอาแต่น้ำ จากนั้นนำน้ำมันมะกอกเติมผสมเข้าไปประมาณ 60-100 cc. ผสมจนเข้ากันแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีก่อนการสระผมทุกครั้ง จะช่วยรักษารังแคได้
ใช้ทำปุ๋ยหมัก (ใบแก่)
ดอกและดอกอ่อนใช้รับประทานหรือทำเป็นแกงขี้เหล็กได้
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/