เข้าสู่ระบบ
Username ::  
Password ::  

ลืมรหัสผ่าน / สมัครสมาชิก

 ข้อมูลสมุนไพร

กวาวต้น หรือ ทองกวาว
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Butea monosperma  (Lam.) Taub
ชื่อสามัญ : Flame of the Forest, Bastard Teak
วงศ์ :  LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE
ชื่ออื่น: กวาว ก๋าว (ภาคเหนือ) จอมทอง (ภาคใต้) จ้า (เขมร) ทองธรรมชาติ ทองพรหมชาติ ทองต้น (ภาคกลาง)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 
ส่วนที่ใช้ : ดอก ยาง ใบ เมล็ด
สรรพคุณ : 
ดอก - รับประทานเป็นยาถอนพิษไข้ แก้กระหายน้ำ - ผสมเป็นยาหยอดตา แก้เจ็บตา ฝ้าฟาง - เป็นยาขับปัสสาวะ สมานแผลปากเปื่อย แก้พิษฝี ยาง - ใช้แก้ท้องร่วง ใบ - ตำพอกฝี และสิว แก้ปวด ถอนพิษ - แก้ท้องขึ้น ขับพยาธิ แก้ริดสีดวง เมล็ด - ขับไส้เดือน - บดผสมน้ำมะนาว ทาแก้ผิวหนังอักเสบเป็นผื่นแดงและแสบร้อน ข้อควรระวัง : เนื่องจากหลักฐานทางด้านความเป็นพิษมีน้อย จึงควรที่จะได้ระมัดระวังในการใช้ และไม่ควรใช้ติดต่อกันนานๆ ด้านฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา มีรายงาน 2 ฉบับคือ รายงานผลด้านฮอร์โมนเพศหญิง ผู้วิจัยพบว่า ถ้าใช้สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ในขนาดตั้งแต่ 3.2 มก./กก./วัน ขึ้นไปมีผลด้านฮอร์โมนเพศหญิง รายงานเรื่องการสกัดแยกสารไดโซบิวตริน (Isobutrin) และ บิวตริน (Butrin) ซึ่งมีฤทธิ์ป้องกันอันตรายต่อตับเนื่องจากสารพิษ ได้แก่ คาร์บอน เตทตร้าคลอไรด์ และ กาแลคโตซามีน ได้ สารเคมี - สารเคมีที่พบในดอกทองกวาว คือ Pongamin (Karanin) Kaempferol ?-sitosterol Glabrin Glabrosaponin Stearic acid Palmitic acid Butrin Isobutrin coreopsin Isocoreopsin Sulfurein monospermoside และ Isomonospermoside สารที่พบส่วนใหญ่คือสาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบของสีดอกทองกวาว มีสารที่มีรสหวานคือ glabrin.
รากทองกวาวมีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุ
รากทองกวาวใช้ต้มรักษาโรคประสาท
ดอกทองกวาวใช้ต้มดื่มช่วยถอนพิษไข้ได้
ช่วยแก้กระหายน้ำ
ช่วยสมานแผลปากเปื่อย
แก่นสามารถใช้ทาแก้อาการปวดฟันได้
ดอกใช้หยอดตาแก้อาการตาแดง เจ็บตา ปวดตา ระคายเคืองตา ตามัว ตาแฉะ ตาฟาง
ช่วยแก้อาการท้องร่วง
ทองกวาวมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องขึ้น (อาการท้องอืดเพราะลมในกระเพาะอาหารเฟ้อขึ้น)
ฝัก ใบ หรือเมล็ด นำมาต้มเอาแต่น้ำใช้เป็นยาขับพยาธิหรือพยาธิตัวกลม (ฝัก ใบ เมล็ด)
ใช้บำบัดพยาธิภายใน
ดอกใช้ต้มดื่มช่วยขับปัสสาวะ
ใบช่วยรักษาริดสีดวง
ดอกหรือใบใช้ต้มดื่มเป็นยาแก้ปวดได้
เมล็ดนำมาบดผสมกับมะนาว นำมาทาบริเวณที่เป็นผดผื่นแดง อักเสบ คัน และแสบร้อน
ใบใช้ตำพอกฝีและสิว แก้อาการปวด และช่วยถอนพิษได้
ดอกช่วยแก้พิษฝี
รากทองกวาวนำมาใช้ประคบบริเวณที่เป็นตะคริวได้
ช่วยลดกำหนัด
สารสกัดจากเปลือกทองกวาวสามารถช่วยเพิ่มขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นได้ แต่จะทำให้จำนวนอสุจิลดลง
ดอก - รับประทานเป็นยาถอนพิษไข้ แก้กระหายน้ำ - ผสมเป็นยาหยอดตา แก้เจ็บตา ฝ้าฟาง - เป็นยาขับปัสสาวะ สมานแผลปากเปื่อย แก้พิษฝี ยาง - ใช้แก้ท้องร่วง ใบ - ตำพอกฝี และสิว แก้ปวด ถอนพิษ - แก้ท้องขึ้น ขับพยาธิ แก้ริดสีดวง เมล็ด - ขับไส้เดือน - บดผสมน้ำมะนาว ทาแก้ผิวหนังอักเสบเป็นผื่นแดงและแสบร้อน ข้อควรระวัง : เนื่องจากหลักฐานทางด้านความเป็นพิษมีน้อย จึงควรที่จะได้ระมัดระวังในการใช้ และไม่ควรใช้ติดต่อกันนานๆ ด้านฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา มีรายงาน 2 ฉบับคือ รายงานผลด้านฮอร์โมนเพศหญิง ผู้วิจัยพบว่า ถ้าใช้สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ในขนาดตั้งแต่ 3.2 มก./กก./วัน ขึ้นไปมีผลด้านฮอร์โมนเพศหญิง รายงานเรื่องการสกัดแยกสารไดโซบิวตริน (Isobutrin) และ บิวตริน (Butrin) ซึ่งมีฤทธิ์ป้องกันอันตรายต่อตับเนื่องจากสารพิษ ได้แก่ คาร์บอน เตทตร้าคลอไรด์ และ กาแลคโตซามีน ได้ สารเคมี - สารเคมีที่พบในดอกทองกวาว คือ Pongamin (Karanin) Kaempferol ?-sitosterol Glabrin Glabrosaponin Stearic acid Palmitic acid Butrin Isobutrin coreopsin Isocoreopsin Sulfurein monospermoside และ Isomonospermoside สารที่พบส่วนใหญ่คือสาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบของสีดอกทองกวาว มีสารที่มีรสหวานคือ glabrin.
รากทองกวาวมีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุ
รากทองกวาวใช้ต้มรักษาโรคประสาท
ดอกทองกวาวใช้ต้มดื่มช่วยถอนพิษไข้ได้
ช่วยแก้กระหายน้ำ
ช่วยสมานแผลปากเปื่อย
แก่นสามารถใช้ทาแก้อาการปวดฟันได้
ดอกใช้หยอดตาแก้อาการตาแดง เจ็บตา ปวดตา ระคายเคืองตา ตามัว ตาแฉะ ตาฟาง
ช่วยแก้อาการท้องร่วง
ทองกวาวมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องขึ้น (อาการท้องอืดเพราะลมในกระเพาะอาหารเฟ้อขึ้น)
ฝัก ใบ หรือเมล็ด นำมาต้มเอาแต่น้ำใช้เป็นยาขับพยาธิหรือพยาธิตัวกลม (ฝัก ใบ เมล็ด)
ใช้บำบัดพยาธิภายใน
ดอกใช้ต้มดื่มช่วยขับปัสสาวะ
ใบช่วยรักษาริดสีดวง
ดอกหรือใบใช้ต้มดื่มเป็นยาแก้ปวดได้
เมล็ดนำมาบดผสมกับมะนาว นำมาทาบริเวณที่เป็นผดผื่นแดง อักเสบ คัน และแสบร้อน
ใบใช้ตำพอกฝีและสิว แก้อาการปวด และช่วยถอนพิษได้
ดอกช่วยแก้พิษฝี
รากทองกวาวนำมาใช้ประคบบริเวณที่เป็นตะคริวได้
ช่วยลดกำหนัด
สารสกัดจากเปลือกทองกวาวสามารถช่วยเพิ่มขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นได้ แต่จะทำให้จำนวนอสุจิลดลง
ดอก - รับประทานเป็นยาถอนพิษไข้ แก้กระหายน้ำ - ผสมเป็นยาหยอดตา แก้เจ็บตา ฝ้าฟาง - เป็นยาขับปัสสาวะ สมานแผลปากเปื่อย แก้พิษฝี ยาง - ใช้แก้ท้องร่วง ใบ - ตำพอกฝี และสิว แก้ปวด ถอนพิษ - แก้ท้องขึ้น ขับพยาธิ แก้ริดสีดวง เมล็ด - ขับไส้เดือน - บดผสมน้ำมะนาว ทาแก้ผิวหนังอักเสบเป็นผื่นแดงและแสบร้อน ข้อควรระวัง : เนื่องจากหลักฐานทางด้านความเป็นพิษมีน้อย จึงควรที่จะได้ระมัดระวังในการใช้ และไม่ควรใช้ติดต่อกันนานๆ ด้านฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา มีรายงาน 2 ฉบับคือ รายงานผลด้านฮอร์โมนเพศหญิง ผู้วิจัยพบว่า ถ้าใช้สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ในขนาดตั้งแต่ 3.2 มก./กก./วัน ขึ้นไปมีผลด้านฮอร์โมนเพศหญิง รายงานเรื่องการสกัดแยกสารไดโซบิวตริน (Isobutrin) และ บิวตริน (Butrin) ซึ่งมีฤทธิ์ป้องกันอันตรายต่อตับเนื่องจากสารพิษ ได้แก่ คาร์บอน เตทตร้าคลอไรด์ และ กาแลคโตซามีน ได้ สารเคมี - สารเคมีที่พบในดอกทองกวาว คือ Pongamin (Karanin) Kaempferol ?-sitosterol Glabrin Glabrosaponin Stearic acid Palmitic acid Butrin Isobutrin coreopsin Isocoreopsin Sulfurein monospermoside และ Isomonospermoside สารที่พบส่วนใหญ่คือสาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบของสีดอกทองกวาว มีสารที่มีรสหวานคือ glabrin.
รากทองกวาวมีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุ
รากทองกวาวใช้ต้มรักษาโรคประสาท
ดอกทองกวาวใช้ต้มดื่มช่วยถอนพิษไข้ได้
ช่วยแก้กระหายน้ำ
ช่วยสมานแผลปากเปื่อย
แก่นสามารถใช้ทาแก้อาการปวดฟันได้
ดอกใช้หยอดตาแก้อาการตาแดง เจ็บตา ปวดตา ระคายเคืองตา ตามัว ตาแฉะ ตาฟาง
ช่วยแก้อาการท้องร่วง
ทองกวาวมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องขึ้น (อาการท้องอืดเพราะลมในกระเพาะอาหารเฟ้อขึ้น)
ฝัก ใบ หรือเมล็ด นำมาต้มเอาแต่น้ำใช้เป็นยาขับพยาธิหรือพยาธิตัวกลม (ฝัก ใบ เมล็ด)
ใช้บำบัดพยาธิภายใน
ดอกใช้ต้มดื่มช่วยขับปัสสาวะ
ใบช่วยรักษาริดสีดวง
ดอกหรือใบใช้ต้มดื่มเป็นยาแก้ปวดได้
เมล็ดนำมาบดผสมกับมะนาว นำมาทาบริเวณที่เป็นผดผื่นแดง อักเสบ คัน และแสบร้อน
ใบใช้ตำพอกฝีและสิว แก้อาการปวด และช่วยถอนพิษได้
ดอกช่วยแก้พิษฝี
รากทองกวาวนำมาใช้ประคบบริเวณที่เป็นตะคริวได้
ช่วยลดกำหนัด
สารสกัดจากเปลือกทองกวาวสามารถช่วยเพิ่มขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นได้ แต่จะทำให้จำนวนอสุจิลดลง
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/
ข้อมูลจาก : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/